เนชั่นทีวี

ข่าว

"พลาดท่า"โยนยาบ้าใส่ท้ายรถตำรวจ

26 ก.ค. 2563 | jiradej

"พลาดท่า"โยนยาบ้าใส่ท้ายรถตำรวจ

ตม.เลย สนธิกำลังทหาร-ฝ่ายปกครอง บุกรวบหนุ่มชาวลาว พร้อมยาบ้า 23,600 เม็ด สอบสวนยอมรับสารภาพ รับจ้าง 9 พัน ลำเลียงยาบ้าจากฝั่งลาว เข้ามาส่งให้นายทุนฯ ชาวไทย แต่พลาดท่าโยนยาบ้าใส่ท้ายรถกระบะตำรวจ เพราะคิดว่าเป็นรถเอเย่นค้ายาเสพติด

ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณฐพล  แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์  การดี ผบก.ตม.4, พล.ต.ต.วิบูลย์  วงศ์ก้อม  ผบก.ภ.จว.เลย, พ.ต.อ.เอกกมนต์  พรชูเกียรติ รอง ผบก.ตม.4 , พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์  ผกก.ตม.จว.เลย บก.ตม.4 , พ.ต.อ.เพิ่มศักดิ์  ตาตะนันทน์  ผกก.ตชด.24  , พ.อ.พิทักษ์พล  ชูศรี ผบ.ฉก. กรม ทพ.22 , พ.ต.อ.ตรีกฤช  จงวิไล ผกก.สภ.ปากชม , พ.ต.ท.ธีรศักดิ์  โพธิ์ศรีมา รอง ผกก.ตชด.24          

"พลาดท่า"โยนยาบ้าใส่ท้ายรถตำรวจ

      ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.เลย ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ได้ทำการจับกุม  ท้าวกัน  เพ็ดดาลา  อายุ 55 ปี สัญชาติลาว ราษฎรบ้านก้อนคำ  เมืองหมื่น  แขวงเวียงจันทน์  สปป.ลาว  ที่บริเวณสวนมะขาม ริมถนนทางหลวงหมายเลข 211 (ปากชม - สังคม) ท้องที่บ้านปากมั่ง  ม.5 ต.หาดคัมภีร์  อ.ปากชม  จ.เลย  พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าชนิดเม็ดสีแดง ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งประทับตัวอักษร WY อีกด้านผิวเรียบ และยาบ้าชนิดเม็ดสีเขียว ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งประทับตัวอักษร A อีกด้านประทับตัวอักษร Y1 จำนวน 12 มัด บรรจุปะปนกันอยู่ในถุงพลาสติกชนิดกดปิดดึงเปิดสีน้ำเงินและถุงพลาสติกชนิดกดปิดดึงเปิดสีชมพู จำนวน 118 ถุง ประมาณ 23,600 เม็ด อยู่ในหีบห่อ ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาและกระดาษชุบเทียนไข    ซุกซ่อนในกล่องกระดาษน้ำมันเครื่อง ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีเขียว อยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ หลังกระบะรถยนต์
  ภายหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย  ,   เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฯ ได้รับแจ้งว่า มีขบวนการค้ายาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามน้ำโขงมาทำการลักลอบส่งมอบยาเสพติด บริเวณสวนมะขามใกล้เมรุเผาศพ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 211 (ปากชม - สังคม) ท้องที่บ้านปากมั่ง ม.5 ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จว.เลย ซึ่งเป็นจุดรับ - ส่ง ยาเสพติดเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้วางกำลังดักซุ่ม       

"พลาดท่า"โยนยาบ้าใส่ท้ายรถตำรวจ

    กระทั่งเวลาประมาณ 01.20 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ได้พบชาย 2 คนใช้โคมไฟส่องไปมาลักษณะท่าทางมีพิรุธ  เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่า ชายที่ถือโคมไฟได้วิ่งมายังรถยนต์ของเจ้าหน้าที่และโยนสิ่งของที่ถือมาใส่ในท้ายกระบะรถ  เจ้าหน้าฯจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น  เมื่อชายคนดังกล่าวพบเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ จึงได้วิ่งหลบหนี  แต่เจ้าหน้าที่ฯ สามารถไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้ ส่วนชายอีกหนึ่งคนได้อาศัยความมืดและช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีการจับกุมไปได้  
จากการสอบถามชายคนดังกล่าวทราบชื่อคือ ท้าวกัน  เพ็ดดาลา อายุ 55 ปี ราษฎรบ้านก้อนคำ เมืองหมื่น  แขวงเวียงจันทน์  สปป.ลาว  เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้นำวัตถุที่ท้าวกันฯ ได้โยนไว้หลังรถกระบะมาทำการตรวจสอบฯ พบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 4 แพ็คๆ ละ 3 มัด (12มัด) ประมาณ 23,600 เม็ด จากนั้นจึงได้สอบถามเอกสารการเดินทางเข้ามาในประเทศ ท้าวกันฯ แจ้งว่าตนไม่มีเอกสารการเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งตนลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติจนกระทั่งถูกจับกุม 
 

สอบสวน ท้าวกันฯ ให้การว่า ตนและพวกอีก 2 คน คือท้าวทราย (ไม่ทราบนามสกุล) และท้าวเพ็ด (ไม่ทราบนามสกุล) ราษฎรบ้านคกเหมือด เมืองหมื่น แขวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว ร่วมกันนำยาบ้ามาส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชาวไทย ซึ่งยาบ้าดังกล่าวนั้นเป็นของท้าวเพ็ดฯ  โดยท้าวเพ็ดฯ ได้ตกลงว่าจ้างให้ตนนำยาบ้าขึ้นมาส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชาวไทย ด้วยวิธีโยนยาบ้าดังกล่าวใส่หลังรถกระบะ ที่จะมาจอดอยู่บริเวณริมถนนใกล้สวนมะขาม โดยตนเองจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 9,000 บาท หลังจากเสร็จงาน เมื่อตนเห็นรถยนต์คันดังกล่าวมาจอด จึงได้โยนยาบ้าใส่หลังกระบะตามที่ท้าวเพ็ดฯ ได้บอกกับตนโดยไม่ทราบว่าเป็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ        

"พลาดท่า"โยนยาบ้าใส่ท้ายรถตำรวจ


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า "ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดมายัง ร้อย ตชด. 246  อ.เชียงคาน จว.เลย เพื่อสืบสวนขยายผล ต่อมาไม่สามารถทำการสืบสวนขยายผลได้ จึงได้ทำบันทึกจับกุมพร้อมตรวจนับของกลาง พบยาบ้าประมาณ 23,600 เม็ด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากชม อ.ปากชม  จว.เลย  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด