นายคุ้มพงษ์ กล่าวว่า การยื่นหนังสือเพราะต้องการปกป้องกระบวนการยุติธรรมให้เป็นที่พึ่งของประชาชน หลังจากที่มีข่าวว่าอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา กรณีขับรถชนดาบตำรวจจนเสียชีวิต เพราะคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่ติดตามการทำหน้าที่ของหน่วยงานยุติธรรม โดยเฉพาะอัยการและตำรวจ หลังจากที่มีข่าวหลายครั้ง การทำหน้าที่ขององค์กรยุติธรรมขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนมาโดยตลอด ทั้งกรณีการปล่อยคดีให้ยืดเยื้อจนขาดอายุความ กรณีอนุญาตผ่อนผันการดำเนินคดีให้ผู้ต้องหา โดยอาศัยวิธีการขอความเป็นธรรม กระทั่งมีคำสั่งไม่ฟ้องทุกข้อกล่าวหาของพนักงานอัยการ
"ตลอด 8 ปี คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนมาโดยตลอด มีคำถาม ข้อสงสัย และความคลางแคลงใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของอัยการว่าถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่ การดำเนินคดีที่ไม่โปร่งใสมาโดยตลอด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นศรัทธาในภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งไม่นำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการศาล ปล่อยคดียืดเยื้อจนขาดอายุความ ผู้ต้องหาสามารถเลื่อนคดีได้ถึง 10 ครั้ง ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว ทำไมจึงปล่อยให้ผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศได้อย่างสะดวก ทุกข้อสงสัยไม่เคยมีคำตอบที่ชัดเจน จนประชาชนเองไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่า คุกมีไว้ขังคนจน การเลือกปฏิบัติ ไม่มีความเสมอภาค ไม่มีความเท่าเทียม ในการบังคับใช้กฎหมาย การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต่างกันด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ เชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายต่อคนจนและคนรวยใช้มาตรฐานที่แตกต่างกัน"นายคุ้มพงษ์ กล่าว
การยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ผ่านทางสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ออกมาชี้แจงแหตุผล ข้อเท็จจริง รายละเอียด ขั้นตอนการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาต่อประชาชนทุกประเด็นข้อสงสัยต่อประชาชนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หากไม่ชี้แจงจะถือว่าหน่วยงานเป็นปฏิปักษ์ต่อกระบวนการยุติธรรมไทย และมีเจตนา จงใจ ร่วมกันทำงายกระบวนการยุติธรรมไทยและทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม