ด้านนางสาวยุพาพัชร์ กล่าวว่า ปกติพ่อจะนอนบนเตียงตัวเองในห้องนอน ไม่นอนที่อื่น ซึ่งวันเกิดเหตุเพื่อนบ้านพบว่ามีควันไฟออกมาจากกลางตัวบ้าน ทั้งที่จุดนั้นไม่มีปลั๊กไฟ และจะมีเพียง 2 แห่ง คือห้องน้ำและข้างประตู หากเป็นไฟลัดวงจรต้องเป็นที่ห้องนอนที่มีแอร์และปลั๊กไฟ ซึ่งเพื่อนบ้านได้ทุบข้างฝาก็ไม่มีคนตอบรับ และที่น่าสงสัยคือสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ที่พ่อสวมใส่ประจำหายไป อีกทั้งลักษณะศพของพ่อที่นอนคว่ำ เมื่อแพทย์ชันสูตรศพก็สรุปว่าพ่อไม่ได้เสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ แต่มีรอยนิ้วมือบีบและกดตรงลำคอ ในหลอดลมมีเพียงเขม่าควันเล็กน้อยซึ่งอาจเข้าไปหลังพ่อเสียชีวิตก็ได้
นางสาวยุพาพัชร์ กล่าวต่อ ปกติพ่อจะตื่นตอน 23.00 น. ไปจ่ายตลาดแล้วกลับมาช่วงตีหนึ่ง ก่อนเตรียมอาหารเพื่อเปิดร้านตอนตีสี่ตีห้า แล้วจะขายเสร็จช่วงบ่ายสองบ่ายสาม โดยจะมีลูกจ้างหญิง 2 คนทำงานด้วย จากนั้นพ่อจะนั่งพักดื่มเบียร์เป็นกิจวัตร กระทั่ง 18.00-19.00น.จึงจะเข้านอน ทั้งนี้ วันเกิดเหตุไม่ทราบว่าพ่ออยู่กับใคร แต่คนงานบอกว่าพ่อนั่งอยู่กับผู้ชายสองคนแต่ไม่เห็นหน้า