เนชั่นทีวี

ข่าว

จุรินทร์เปิดผลงานก่อนปรับครม.ช่วยเกษตรกร7.29ล้านครัวเรือน

23 ก.ค. 2563 | orawan_jan

จุรินทร์เปิดผลงานก่อนปรับครม.ช่วยเกษตรกร7.29ล้านครัวเรือน

"จุรินทร์" เปิดผลงานในรอบ 1 ปี นำพาณิชย์สู่ยุค New Normal ผลักดันประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 ชนิด จ่ายเงินส่วนต่างรวม 7.12 หมื่นล้านบาท ช่วยเกษตรกรรวม 7.29 ล้านครัวเรือน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ผลงาน 1 ปีกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร มีทั้งหมด 16เรื่อง  ประกอบด้วย 1.การประกันรายได้เกษตรกรพืชเกษตร5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดโดยในรอบปีที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างในวงเงินรวม 71,210 ล้านบาทสามารถที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ 7.29 ล้านครอบครัว

 







เรื่องที่ 2  ได้มีการตั้งกรอ.พาณิชย์เป็นทางการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพื่อที่จะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ภาคราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกับภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคและผลักดันการค้าทั้งในประเทศและการส่งออกเพื่อนำรายได้เข้าประเทศโดยถือหลักให้เอกชนเป็นทัพหน้ากระทรวงพาณิชย์เป็นทัพหนุน เรื่องที่ 3 การเปลี่ยนบทบาททูตพาณิชย์เป็นเซลล์แมนประเทศ และพาณิชย์จังหวัดเป็นเซลล์แมนจังหวัดเพื่อขยายการค้าและเพื่อผลักดันการส่งออกรวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการค้าของประเทศ

 











เรื่องที่ 4การนำทีมเอกชนขายสินค้าทั่วโลกทั้งในรูปแบบของการลงนาม MOU ในหลายประเทศเช่นจีน อินเดีย ตุรกี เยอรมันนี และสหรัฐอเมริกา เป็นต้นสามารถลงนาม MOU ขายสินค้าได้รวมกันทั้งสิ้นเป็นมูลค่า94,822 ล้านบาท นอกจากนั้นก็มีการจับคู่เจรจาธุรกิจประสบความสำเร็จทั้งสิ้น231 คู่ในช่วงที่ตนนำคณะเดินทางไปเจรจาการค้าในต่างประเทศรวมทั้งในรูปแบบของการสร้างมูลค่าจัดงานแสดงสินค้าและคณะผู้แทนการค้าทั้งในและต่างประเทศซึ่งทำให้เราสามารถขายสินค้าได้รวมอีกก้อนหนึ่ง54,192 ล้านบาท เรื่องที่ 5การผลักดันการค้าชายแดนด้วยการขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆรวมทั้งการเร่งรัดดำเนินการเปิดด่านเพื่อเสริมสร้างมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นซึ่งในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาสามารถสร้างมูลค่าการค้าชายแดนได้เป็นเงินถึง1.02 ล้านล้านบาท

 












"ในเรื่องของการเปิดด่านนั้นสามารถผลักดันการเปิดด่านแม่สอดแห่งที่2 สำเร็จ นอกจากนั้นการค้าชายแดนผ่านด่านเจดีย์สามองค์ก็สามารถผลักดันให้ฝ่ายความมั่นคงอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจฝั่งไทยสามารถนำเงินผ่านแดนได้ถึงครั้งละ2 ล้านบาท จากเดิม 500,000 บาท"

 

 

เรื่องที่ 6 โครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน 5Lotที่ผ่านมาซึ่งสามารถนำสินค้า 8,763 รายการ มาลดราคาให้กับคนไทยทั้งประเทศสูงสุดถึงร้อยละ 80 ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพให้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทและยังจะมีนโยบายดำเนินการต่อไปอีกในLotอื่นๆเรื่องที่ 7 ดำเนินการร่วมกับกระทรวงโดยเฉพาะกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศในเรื่องของการทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สามารถหาข้อสรุปได้ครบถ้วนทั้ง 20 ข้อบท และหลังจากค้างคามา 7 ปี คาดว่าถ้าไม่มีอุปสรรคอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถลงนามที่เวียดนามได้ในปลายปีนี้ในเรื่องของRCEP











เรื่องที่ 8 การยกระดับโชวห่วยเป็นสมาร์ทโชวห่วยได้กว่า 28,000 แห่งในรอบหนึ่งปี รวมทั้งสามารถยกระดับสมาร์ทโชวห่วยขึ้นเป็นสมาร์ทโชวห่วยเดลิเวอรี่ได้ 2,155 ร้านค้าด้วยกันเรื่องที่ 9 การยกระดับราคาเศษกระดาษ เพื่อช่วยซาเล้งและนำไปสู่โมเดลการแก้ปัญหาแบบซาเล้งโมเดลในกรณีอื่นๆตามมาในอนาคต โดยในปัจจุบันนี้ได้มีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการและผู้ประกอบอาชีพซาเล้งผู้ค้าของเก่าขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์รวมทั้งมีมาตรการในการบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการรับซื้อเศษกระดาษขั้นต่ำไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งปัจจุบันราคาสูงเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว คาดว่าจะสามารถช่วยผู้ประกอบการซาเล้งได้ประมาณ 1,500,000 ครัวเรือน ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งสมาคมซาเล้งและผู้รับซื้อของเก่า เสร็จสิ้นแล้วเพื่อเราจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างเป็นระบบ















เรื่องที่ 10 การสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ในภูมิภาค ขณะนี้เราเร่งรัดดำเนินการและมีความคืบหน้าที่สามารถพัฒนาผู้ประกอบการไทยในเรื่องธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์ซึ่งสามารถสร้างโอกาสและเร่งขยายตลาดไปได้มากในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ กัมพูชา ญี่ปุ่น เมียนมา สหรัฐอเมริกา เป็นต้น และช่วงที่ผ่านมาแม้จะเป็นช่วงเริ่มต้นก็สามารถสร้างมูลค่าการค้าได้แล้วกว่า 1,561 ล้านบาทเรื่องที่ 11 การเร่งสร้างนักธุรกิจยุคใหม่ให้มีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การค้ายุคNew Normalซึ่งได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆทั้งด้านการค้ามีการส่งเสริมการพัฒนาStartupไปได้ทั้งหมด 2,865 รายและพัฒนาการค้าดิจิตอลทั้งหมดได้มีการอบรมพัฒนาผู้ประกอบการการค้าออนไลน์ได้ 16,222 ราย รวมแล้วในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาสามารถสร้างนักธุรกิจยุคใหม่ได้ 19,087 ราย


















เรื่องที่ 12 การควบคุมราคายาค่าบริการโรงพยาบาลเอกชนด้วยมาตรการแจ้งราคายาค่าบริการก่อนการรักษาผ่านระบบQR Codeเรื่องที่ 13 คือการริเริ่มในการผลักดันวิสัยทัศน์เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต เพื่อบรรลุเป้าหมาย 1 สร้าง 3 เพิ่ม 1 สร้างคือสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก 3 เพิ่มคือ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพิ่มจีดีพีของประเทศ และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับด้วยการดำเนินการพันธกิจร่วมกัน 4 พันธกิจคือ 1.การสร้างSingle Big Data2.สร้างแพลตฟอร์มกลางเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาดให้เกิดขึ้น และ 3.การสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าไทยด้วยคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับได้ 4.การมุ่งพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด














เรื่องที่ 14 การผลักดันโครงการอาหารไทย อาหารโลก ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพของโลกต่อไปโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน เกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐอื่นที่เกี่ยวข้องเรื่องที่ 15 คือการเร่งรัดขึ้นทะเบียนสินค้าGIเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตนเองในท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศซึ่งในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาสามารถเพิ่มจำนวนสินค้าGIได้ 19 รายการ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เฉพาะ 19 รายการนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

สุดท้ายเรื่องที่ 16ขอถือโอกาสนี้รวมมาเป็นผลการทำงานในรอบปีนี้ คือ การจัดงานศิลปชีพ"ทอใจวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี"เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ในวันที่ 1-5 สิงหาคม 2563 นี้ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญก็คือการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและพระราชกรณียกิจในด้านศิลปาชีพรวมทั้งการนำงานหัตถกรรมล้ำค่าที่หาชมยากออกประมูลและการจัดงานแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทยซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ชั้นนำจากต่างประเทศและมีการแสดงสินค้าศิลปชีพต่างๆรวม 400 บูธด้วยกัน

ข่าวล่าสุด