เตือนม็อบนศ.ดูอดีตเป็นตัวอย่างหากพลาดจบไม่สวย
23 ก.ค. 2563 | thanita_boo

"จตุพร พรหมพันธุ์" เตือนม็อบนักศึกษาอีกรอบยึด 3 ข้อเรียกร้องให้มั่น ย้ำอย่าก้าวล่วงสถาบัน กังวลมีจุดจบเหมือนเช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต
ข่าว
23 ก.ค. 2563 | thanita_boo

"จตุพร พรหมพันธุ์" เตือนม็อบนักศึกษาอีกรอบยึด 3 ข้อเรียกร้องให้มั่น ย้ำอย่าก้าวล่วงสถาบัน กังวลมีจุดจบเหมือนเช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต
(23 กรกฎาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษา ทบทวน การปฏิรูปกฎหมายในคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หลังเชิญบุคคลจากหลายฝ่ายทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กปปส. และ นปช. รวมถึงวุฒิสภา และผู้แทนรัฐบาล ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งในอดีต มาให้ความเห็นในเรื่องการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์คนในชาติ เพื่อลดความเกลียดชัง
โดยนายจตุพร ปฏิเสธกรณีที่หลายฝ่ายสนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรม แต่เห็นว่าประเทศไทยมีประวัติศาสตร์การนิรโทษกรรมหลายครั้ง โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมรัฐประหาร และกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศบ้านเมือง ลดความขัดแย้ง แต่ความขัดแย้งในวันนี้ (23ก.ค.) เปลี่ยนไปไม่เหมือนอดีต และสภาพการประเทศไทย ยังประสบความลำบากทางเศรษฐกิจ สังคมมีความโหดร้าย ฉะนั้น สถานการทางการเมือง จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าแต่ละฝ่ายยังยึดความเชื่อของตนเอง พร้อมขอให้แต่ละฝ่าย รักษาไว้ซึ่งชาติ บ้านเมือง
ส่วนการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ถือเป็นการแสดงออกของคนหนุ่มสาว และขอให้นักศึกษาที่ออกมาชุมนุมนั้น ต้องยึดถือ 3 ข้อเรียกร้องอย่างเคร่งครัด จึงจะได้รับการยอมรับจากประชาชน แม้ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยุบสภาฯ จะย้อนแย้งกัน เพราะถ้ายังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังเลือกตั้งภายใต้กติกาเดิม บ้านเมืองก็กลับมาเหมือนเดิม
"ผมห่วงใยว่านักศึกษาจะต้องเคร่งครัดต่อข้อเรียกร้อง ไม่ก้าวล่วงสถาบันสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะจะทำให้ข้อเรียกร้อง กลายเป็นจุดอ่อน และนำพาความสูญเสียมากมาย การเคลื่อนไหวของนักศึกษาในอดีต ที่มีความแข็งแรง นักศึกษา จะถือธงชาติ และพระบรมฉายาลักษณ์ แม้จะเกิดเหตุการณ์ล้อมปราบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ก็ทรงเปิดสวนจิตลดาให้ประชาชนเข้าไปหลบภัย มีการพระราชทานเพลิงศพวีรชนที่ท้องสนามหลวง" ประธาน นปช. กล่าว
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า การเตือนไม่ต้องการทำให้นักศึกษาเกิดความหวาดกลัว แต่ห่วงใยว่าหากต่อสู้อย่างไร ก็จะได้รับผลลัพธ์อย่างนั้น ถ้ายึด 3 ข้อเสนอ ไม่ก้าวล่วงสถาบันฯ ก็มั่นใจว่าจะได้รับแนวร่วมจากประชาชน แต่ถ้าไปก้าวล่วงสถาบันฯ จะเกิดจุดจบเหมือนกัน จึงกังวลจะเกิดความสูญเสียเหมือนในอดีต และขอให้นักศึกษาตั้งสติ และยึดมั่นว่าประเทศไทย จะต้องปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงจะเป็นภูมิต้านทานของคนหนุ่มสาว
"ขอให้นายกรัฐมนตรี ลงมาพูดคุยกับนักศึกษา เพราะข้อเสนอต่างๆ สามารถพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ ส่วนสภาฯ ก็สามารถเป็นเวทีพูดคุย แสดงความเห็นส่งสัญญาณเตือนทุกฝ่าย และเรื่องนี้จะจบลงอย่างสง่างาม ด้วยการที่นายกรัฐมนตรี เปิดเวทีพูดคุยกับนักศึกษา ประกาศไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนำไปสู่การยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ ก็จะเป็นทางออก" นายจตุพร กล่าว
อนึ่ง สำหรับรายชื่อคณะอนุ กมธ.ศึกษา ทบทวน การปฏิรูปกฎหมาย ในคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อประชุมวางแนวทางสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ของคนในชาติ ประกอบด้วย
1. ปลัดกระทรวงกลาโหม
2. นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา
3. นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
4. พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
5. ดร.ภูมิ มูลศิลป์ ประธานหลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
6. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.
7. นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ
8. นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ
9. นายสำราญ รอดเพชร อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และ อดีตแนวร่วม กปปส.
10. นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ