สตีเฟน บีกัน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ แถลงต่อคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภา เมื่อวันพุธว่า การตัดสินใจปิดสถานกงสุล มีขึ้นหลังความขัดแย้งบนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีน ในหลายๆ ประเด็น เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่รวมทั้งการจารกรรมทรัพย์สินทางปัญญาและพาณิชย์จากบริษัทสหรัฐฯ ที่มอร์แกน ออร์ทากัส โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า เป็นเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งปิดกงสุล ส่วนเรื่องอื่นๆ ได้รวมถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จีน ต่อนักการทูตและนักธุรกิจอเมริกัน และการขโมยงานค้นคว้าวิจัยกับเทคโนโลยีที่อ่อนไหวจากมหาวิทยาลัยของอเมริกัน เพื่อนำไปสร้างความก้าวหน้าในกองทัพจีน
วุฒิสมาชิกมาร์โก รูบิโอ ของพรรครีพับลีกันจากรัฐฟลอริดา ได้กล่าวหาสถานกงสุลที่ฮุสตันว่า ไม่ใช่แค่สถานที่ที่ดำเนินการทางการทูต แต่เป็นศูนย์กลางเครือข่ายจารกรรมและการรวบรวมยุทธวิธีของฝ่ายตรงข้าม (influence operations) ในสหรัฐฯ ของจีนโดยใช้สายลับ รวมทั้งพวกที่อยู่ในคราบนักธุรกิจให้เข้ามาสร้างอิทธิพลเหนือสมาชิกสภาคองเกรสส์และผู้นำทางการเมืองทั้งในระดับรัฐและท้องถิ่น และเขาเชื่อว่า จีนจะตอบโต้ด้วยการปิด 1 ใน 6 สถานกงสุลและสถานทูตสหรัฐฯ เช่น ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย นอกเหนือจาก ที่เฉิงตู, กวางโจว, เซี่ยงไฮ้, เสิ่นหยาง, อู๋ฮั่นและสถานทูตที่ปักกิ่ง