เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดไทม์ไลน์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ฮั้วสื่อ! ก่อนโดนป.ป.ช.ชี้มูล

22 ก.ค. 2563 | sararat_rat

เปิดไทม์ไลน์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ฮั้วสื่อ! ก่อนโดนป.ป.ช.ชี้มูล

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด อดีตนายกฯ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" พร้อมนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชนรวม 17 ราย คดีฮั้วสื่อจัดอีเวนต์โครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย 2020 วงเงิน 240 ล้านบาทโดยมิชอบ

นายนิวัติไชย เกษมมงคล โฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมพวกรวม 17 ราย กรณีอนุมัติเงินงบประมาณ 240 ล้านบาท เพื่อจัดอีเวนต์ประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลตัวเอง ในโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ซึ่งเป็นการกระทำโดยมิชอบ

เปิดไทม์ไลน์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ฮั้วสื่อ! ก่อนโดนป.ป.ช.ชี้มูล

สำหรับไทม์ไลน์คดีนี้เริ่มตั้งแต่ 23 ส.ค. 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะมีโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางราง โดยในนโยบายข้อ 3.4 ได้กล่าวถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางราง ระบบรถไฟทางคู่เชื่อมชานเมืองและหัวเมือง ศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูงวันที่ 15 ม.ค. 2556 คณะรัฐมนตรีได้มีมติยกร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือที่เรียกว่า "ร่าง พ.ร.บ.สองล้านล้านบาท"วันที่ 27 ก.พ. 2556 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งประเทศ และเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมจัดนิทรรศการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน แต่ก่อนหน้านั้นกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการจัดนิทรรศการไปก่อนแล้ว ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานคร หนองคาย นครราชสีมา และพิษณุโลก

เปิดไทม์ไลน์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ฮั้วสื่อ! ก่อนโดนป.ป.ช.ชี้มูล


เดือน ส.ค. 2556 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ ขณะนั้นได้เรียกประชุม เพื่อเตรียมจัด Roadshow โดยมีนายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการทั่วไป บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และตัวแทนบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เข้าพบนายสุรนันทน์ ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับทราบและตกลงเป็นผู้รับจัดงาน Roadshow ทั้งสิ้น 12 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ 20 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 240 ล้านบาท โดยมีบริษัทมติชน เป็นแม่งานหลักในการจัดงาน ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ
อีกทั้งเมื่อตรวจสอบงบประมาณประจำปี 2556 ก็ไม่ได้ระบุแผนงานโครงการดังกล่าวไว้ ประกอบกับงบประมาณประจำปี 2557 ประกาศใช้ไม่ทันวันที่ 1 ต.ค. 2556 แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ กลับอนุมัติงบกลางวงเงิน 40 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัด Roadshow ใน 2 จังหวัดก่อนคือที่หนองคายและนครราชสีมา จังหวัดละ 20 ล้านบาท ทั้งที่งบกลางคืองบฉุกเฉินสำหรับใช้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง เป็นต้น แต่สถานการณ์ในขณะนั้นยังไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องออกไป Roadshow ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวแต่อย่างใด

เปิดไทม์ไลน์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ฮั้วสื่อ! ก่อนโดนป.ป.ช.ชี้มูล

การไต่สวนของ ป.ป.ช. ยังพบความผิดปกติในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทมติชน ได้เข้าพบผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นเอกสารข้อเสนอด้านราคาวงเงิน 40 ล้านบาท ทั้งที่สำนักงบประมาณยังไม่ได้แจ้งใบงวด จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าบริษัทมติชนทราบราคากลางล่วงหน้าได้อย่างไร โดยในวันเดียวกันนายสุรนันทน์ และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ยังเห็นสมควรอนุมัติจัดจ้างบริษัทมติชนเป็นผู้รับจ้างจัดโครงการ Roadshow 2 จังหวัดคือหนองคาย และนครราชสีมา และมีการลงนามในหนังสือสัญญาจ้าง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาดำเนินการเพียง 2 วันเท่านั้นนอกจากนี้นายสุรนันทน์ และนายนิวัฒน์ธำรง ยังได้ร่วมกันอนุมัติจัดโครงการ Roadshow อีก 10 จังหวัดที่เหลือวงเงิน 200 ล้านบาท โดยใช้ราคากลางที่บริษัทมติชนเคยเสนอไว้ และแบ่งงานให้บริษัทมติชน และบริษัทสยามสปอร์ตบริษัทละ 5 จังหวัด โดยในส่วนของบริษัทสยามสปอร์ต มีนายระวิ โหลทอง ลงนามยื่นเอกสารการเสนอราคาด้วยตนเอง โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดใช้เวลาดำเนินการเพียงวันเดียวเท่านั้นเช่นเดียวกับโครงการแรก ต่อมาได้มีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.สองล้านล้านบาท ว่าตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวตราขึ้นโดยมิใช่กรณีจำเป็นเร่งด่วน ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีผลให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นอันตกไป ส่งผลให้โครงการต่างๆที่ออกไปประชาสัมพันธ์ไว้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใดดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเห็นว่า การใช้งบประมาณเพื่อการจัด Roadshow จำนวน 240 ล้านบาท จึงเกิดความสูญเปล่า เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย จึงมีมติดังนี้1.การกระทำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 และ 132.การกระทำของบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) และนายฐากูร บุนปาน บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และนายระวิ โหลทอง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 157 และมาตรา 86 และมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐโดยขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งสำนวนการไต่สวนทั้งหมดไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป คาดว่าจะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดได้ภายในสัปดาห์นี้

ข่าวล่าสุด