นายวิชัย โภชนกิจอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์ลำไย และหารือมาตรการรับมือผลผลิตลำไยที่กำลังออกสู่ตลาดโดยได้แจ้งกับเกษตรกรว่าได้เตรียมมาตรการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้วโดยจะใช้เงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อสนับสนุนเกษตรกร สหกรณ์วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ ในการรับซื้อ และเร่งกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตซึ่งล่าสุดได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการแล้ว 340 ล้านบาท
ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าว จะช่วยค่าบริหารจัดการในการกระจายผลผลิตกิโลกรัม (กก.) ละ 3 บาท โดยช่วยค่ารวบรวม เก็บเกี่ยว จัดส่ง วงเงิน 194.45ล้านบาท ช่วยค่าบริหารจัดการในการรับซื้อเพื่อส่งออก เช่น ค่าบรรจุภัณฑ์ ขนส่งคัดแยกเกรด กก.ละ 5 บาท โดยให้ผู้ส่งออกที่ส่งออกไปแล้ว นำหลักฐานมายืนยัน วงเงิน50 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง โดยลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมธนาคารในอัตรา 3% ต่อปี เป็นเวลา 6-10 เดือน วงเงิน 45.55 ล้านบาทและส่งเสริมตลาดโดยจัดงานรณรงค์บริโภคผลไม้ทั่วประเทศ วงเงิน 50 ล้านบาท
นอกจากนี้จะผลักดันให้มีการทำสัญญาข้อตกลงซื้อขายลำไย ระหว่างเกษตรกรกับห้างค้าปลีกค้าส่งจากเดิม 4,808 ตัน เพิ่มเป็น 10,000 ตัน ประสานตลาดกลางสินค้าเกษตรประมาณ 20ตลาดทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าไปรับซื้อลำไยจากเกษตรกรและช่วยกระจายผลผลิตในช่วงที่ผลผลิตจะออกมากในเดือนส.ค.2563ผลักดันการรส่งออกลำไยเกรด B และ Cประมาณวันละ 100ตันไปตลาดกัมพูชาและเวียดนาม และช่วยดอกเบี้ย 3% ให้กับชาวสวนลำไยที่ซื้อลำไยลูกร่วงและรูดร่วงไปอบทั้งเปลือกและอบเป็นเนื้อสีทอง