เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐบาล-ฝ่ายค้านผนึกกำลังอุ้มแรงงานหญิงตกงาน

20 ก.ค. 2563 | sararat_rat

รัฐบาล-ฝ่ายค้านผนึกกำลังอุ้มแรงงานหญิงตกงาน

4 นักการเมืองหญิง ผนึกกำลังช่วยแรงงานหญิง แม่และเด็ก ที่ได้รับผลกระทบจากการว่างงานตกงานช่วงโควิด พร้อมสะท้อนแนวทางแก้ปัญหา ผ่านเวทีเสวนาในหัวข้อ "บทบาทนักการเมืองหญิงกับวิกฤตโควิด-19"

ในงานเสวนา "เปิดรายงานชีวิตผู้หญิง แม่และเด็ก ตกงาน อดอยากและความรุนแรง ในช่วงวิกฤตโควิด-19" ที่จัดขึ้นโดยภาคีเครือข่ายความร่วมมือแบ่งปันสุขให้แม่และเด็กปลอดภัยจากโควิด มีนักการเมืองหญิงจาก 4 พรรคการเมืองเข้าร่วม ประกอบด้วย ดร.รัชดา ธนาดิเรก จากพรรคประชาธิปัตย์, คุณธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ พรรคพลังประชารัฐ, คุณชนก จันทาทอง พรรคเพื่อไทย และคุณเบญจรงค์ ธารณา จากพรรคกล้า ร่วมพูดคุยถึงบทบาทนักการเมืองหญิงกับวิกฤตโควิด-19 ทั้งนี้ นายเชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กและผู้แทนเครือข่าย ได้รายงานผลสำรวจตัวเลขการว่างงานและตกงานในช่วงวิกฤตโควิด-19 พบว่าช่วงเดือนมิ.ย.2563 มีลูกจ้างเสี่ยงถูกเลิกจ้าง 8.4 ล้านคน โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ แรงงานผู้หญิงที่อยู่ในภาคบริการที่ไม่ใช่การท่องเที่ยว เพราะส่วนใหญ่ทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ ช่างเสริมสวย หมอนวด หาบเร่ แผงลอย ซึ่งไม่ได้อยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทำให้ได้รับผลกระทบเป็นสองเท่าของกลุ่มปกติ

ด้าน "ดร.รัชดา ธนาดิเรก" รองโฆษกรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงบทบาทนักการเมืองหญิงกับวิกฤตโควิด-19 ว่าหน้าที่ของนักการเมืองหญิงคือการตกตะกอนปัญหาความรุนแรงเกี่ยวกับผู้หญิงเข้าสู่สภาฯ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะปัญหาของผู้หญิงเป็นปัญหาที่บางครั้งผู้ชายก็ไม่เข้าใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โดนเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง และเข้าไม่ถึงสวัสดิการต่างๆของภาครัฐ หากใครมีปัญหาเหล่านี้ให้เดินมาหาตน เพื่อนำปัญหาของท่านรายงานต่อที่ประชุมสภาให้หาแนวทางเยียวยาต่อไปนอกจากนี้ มาตรการเยียวยากลุ่มแรงงานผู้หญิงที่ว่างงาน ตกงานในช่วงโควิด-19 ที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้วคือ การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ SME เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อย นำไปสู่การจ้างงาน เพื่อต่อลมหายใจให้กับแรงงานผู้หญิงที่อยู่ในธุรกิจ SME ต่อไป เช่นเดียวกับ "ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์" ส.ส.พลังประชารัฐ กล่าวถึงบทบาทนักการเมืองหญิงกับวิกฤตโควิด-19 ว่าจะมีการสนับสนุนอาชีพให้กับกลุ่มแรงงานหญิง โดยนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้สร้างรายได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการตกงาน หรือว่างงานในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรม workshop ให้ความรู้ เพิ่มทักษะดิจิทัล การตลาดออนไลน์ ให้กับกลุ่มแรงงาน ผู้ประกอบการรายย่อย และแม่บ้านสตรี เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้

"ชนก จันทาทอง" ส.ส. หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 สะท้อนให้เห็นภาวะผู้นำของรัฐบาลที่ควรปรับปรุงวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจว่า เหตุใดทำได้ไม่ดีเมื่อเทียบกับวิกฤตต้มยำกุ้ง ตนอยากให้รัฐบาลชุดนี้ย้อนกลับไปดูช่วงปี 2540-2547 ที่รัฐบาลยุคนั้นใช้เวลาเพียง 7 ปี สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับสู่ภาวะปกติได้ ทั้งนี้การออกมาตรการช่วยเหลือแม่เเละเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการตกงานช่วงโควิด-19 เป็นหน้าที่ของพรรครัฐบาล ตนหวังว่าพรรคพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์จะช่วยผลักดันให้เกิดกองทุนพัฒนาเด็กและสตรี ตามข้อเรียกร้องของทางเครือข่ายได้"เบญจรงค์ ธารณา" กรรมการบริหารพรรคหญิงเพียงหนึ่งเดียวในพรรคกล้า กล่าวว่า ปัญหาของกลุ่มแรงงานสตรี แม่และเด็ก คือการถูกเลิกจ้างงานอย่างไม่เป็นธรรม ในธุรกิจสายการบิน โรงเเรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง ขณะเดียวกันมาตรการเยียวยาต่างๆของภาครัฐยังเข้าไม่ถึงคนกลุ่มนี้ เพราะไม่ได้อยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นอกจากนี้ยังมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียดหลังตกงาน ทำให้เกิดการทำร้ายร่างกายแม่และเด็กมากขึ้น ดังนั้นอยากเสนอแนะรัฐบาล ควรนำงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทไปอัดฉีดกลุ่มแรงงานผู้หญิง ผลักดันทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ในระยะยาว รวมถึงจัดให้ผู้หญิงและเด็กเข้าถึงหลักสวัสดิการถ้วนหน้าและสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดให้

ข่าวล่าสุด