นิทรรศการมีชีวิต "70 วันยะลาปลอดโควิดชีวิตปลอดภัย"
20 ก.ค. 2563 | wikanda_khu

"ยะลา" ประกาศความสำเร็จ "70 วันยะลาปลอดโควิด ชีวิตปลอดภัย" จัดนิทรรศการมีชีวิตถอดบทเรียนป้องกันโควิด-19 จากผู้ป่วยรายแรกสู่ความร่วมมือคัดกรองเชิงรุกหยุดการแพร่ระบาดเชื้อ
ข่าว
20 ก.ค. 2563 | wikanda_khu

"ยะลา" ประกาศความสำเร็จ "70 วันยะลาปลอดโควิด ชีวิตปลอดภัย" จัดนิทรรศการมีชีวิตถอดบทเรียนป้องกันโควิด-19 จากผู้ป่วยรายแรกสู่ความร่วมมือคัดกรองเชิงรุกหยุดการแพร่ระบาดเชื้อ
จังหวัดยะลาประกาศความสำเร็จ "70 วันยะลาปลอดโควิด ชีวิตปลอดภัย" เนื่องจากจังหวัดยะลาพบผู้ป่วยรายแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นชาวจังหวัดยะลาเดินทางกลับจากการชุมนุมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย ทำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันวางมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 จนประสบความสำเร็จ
ล่าสุด วันนี้ ( 20 ก.ค.63) เวลา 09.30 น. ที่สนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา จึงได้จัดกิจกรรมแถลงผลการดำเนินงานมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19และถอดบทเรียนโควิด -19 ผ่านกิจกรรม 3 รูปแบบภายใต้ คอนเซป "70 วันยะลาปลอดโควิด ชีวิตปลอดภัย" ซึ่งเป็นนิทรรศการรูปแบบมีชีวิตที่สื่อให้เห็นถึงแนวทางการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด 19, นิทรรศการพัฒนาคุณภาพชีวิตในยุค New Normal และนิทรรศการภาพในอนาคตจังหวัดยะลาในยุค New Normal
นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลาพบผู้ป่วยรายแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นชาวจังหวัดยะลาเดินทางกลับจากการชุมนุมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย รวมผู้ป่วยที่พบในจังหวัดยะลา มีจำนวน 133 ราย มีจำนวนผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้ป่วยส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากไปทำพิธีทางศาสนา และมาจากประเทศมาเลเซีย โดยอำเภอบันนังสตา พบผู้ป่วยมากที่สุดถึง 83 ราย รองลงมาเป็นอำเภอเมืองยะลา จำนวน 33 ราย และได้มีการร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขและป้องกันการระบาด ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุก การสนับสนุนเครื่องมือต่างๆให้กับทางโรงพยาบาล และการได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวยะลา ในการสวมใส่หน้ากากอนามัย จนสถานการณ์การระบาดดีขึ้นตามลำดับ และไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มติดต่อกันเป็นเวลา 70 วัน ในวันนี้
ทั้งนี้โควิด-19 ส่งผลให้รายได้การท่องเที่ยวในจังหวัดติดลบ 99% (เนื่องจากโรงแรมปิด และมีการปิดด่าน) ล่าสุดจังหวัดจึงกำหนดแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Responsible Tourism) อุตสาหกรรมการให้บริการ (Hospitality Industry) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการให้บริการ โดยประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จในแต่ละด้าน เพื่อทำหน้าที่พี่เลี้ยงถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ และจะพัฒนาสินค้า และบริการ ดึงคนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการที่มีความรู้และศักยภาพกลับคืนสู่ท้องถิ่นมาพัฒนาร่วมกัน