หลังการประกาศลาออกของกลุ่มสี่กุมาร และรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ทำให้เกิดคำถามดังขึ้นมาว่า "นายกฯลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา จะเดินเกมต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะการปรับทีมเศรษฐกิจ
ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลคงเตรียมถล่มผู้ที่นายกฯเลือกมารับตำแหน่งเพื่อนำทัพกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศค่อนข้างแน่ หากว่าบุคคลที่เลือกนั้นดูแล้วไม่เก่งพอ
หนึ่งใน "คนการเมือง" ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ผ่านมาของรัฐบาล คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ให้สัมภาษณ์กับเนชั่นทีวี ผ่านช่วงจับกระแส ในรายการเก็บตกจากเนชั่นภาคเที่ยง ว่า ส่วนตัวแล้วมองว่าหลังการ ปรับครม.ครั้งนี้ โจทย์ที่ท้าทายมากที่สุดของทีมเศรษฐกิจใหม่คือ การรับมือกับความล่มสลายของเศรษฐกิจที่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งถ้าสามารถปรับเปลี่ยนให้เร็วตามสถานการณ์ก็จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ยกตัวอย่างในปี 2003 เป็นช่วงที่โรคซาร์ระบาดหนักในจีน แต่ธุรกิจของ "อาลีบาบา" กลับเติบโตมาก ทำให้เห็นว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสตาร์ทอัพ ระบบโลจิสติกส์ จะสามารถไปได้ไกล รวมไปถึงการมองหาจุดแข็งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว เช่น อาหาร การรักษาพยาบาล และการท่องเที่ยว หากเราทำให้ไทยกลับมามีความน่าเชื่อถือเป็น "Trust Economy" หรือ "เศรษฐกิจที่เชื่อถือได้" เราก็จะรอดและก้าวไปข้างหน้าได้
นอกจากนี้สิ่งที่ควรปรับคือ ระบบราชการที่ถือว่ายังล้าหลัง เพราะหากมีไอเดียดีๆ แต่ระบบราชการล้าหล้ง ผลลัพธ์ก็เท่าเดิม