17 กรกฏาคม 2563 เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสานออกแถลงการณ์ หยุดใช้ พรก.ฉุกเฉิน กีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรน้ำ หลังจากรัฐบาลได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องมา 3 ฉบับ ซึ่งขยายเวลาถึง 31 ก.ค.2563 และไม่มีทีท่าจะยกเลิก
ในแถลงการณ์กล่าวถึงการที่รัฐประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ที่สำคัญสิทธิ เสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกจะถูกจำกัด พร้อมทั้งไม่ได้มีแนวโน้มที่ยกเลิก
นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าวว่า เราในนามเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสานได้มีการติดตามประเด็นการสร้างเขื่อนต่างๆบนแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา และในสถานการณ์นี้เป็นการรีบผลักดันโครงการ ทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมโดยใช้สถานการณ์โควิด -19 และใช้อำนาจ พรก.ฉุกเฉิก ซึ่งทำให้ไม่มีความชอบธรรม ในขณะที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ที่มี นายธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานกรรมาธิการฯ ยังคงเดินหน้าพิจารณาผลักดันโครงการจัดการน้ำขาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำคือ โครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล ซึ่งเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสานมองว่าภาครัฐใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉิน มาเป็นข้ออ้าง เพื่อกีดกันการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรน้ำในภาคอีสาน
"ในการจัดการน้ำของภาคอีสาน มีนักวิชาการ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม พูดมาหลายปี ที่ต้องจัดการน้ำแบบยั่งยืน และเราไม่เห็นด้วยกับการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ มันไม่มีความคุ้มค่าที่จะทำ เรายืนยันให้ยกเลิกการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน และเราจะยื่นจดหมายถึงประธานกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบต่อไป"นายสุวิทย์กล่าว
นายสุวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า ฉะนั้น พวกเรา เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาล หน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสังคมสาธารณะ ต่อสถานการณ์ปัญหาการขาดการมีส่าวนร่วมในการจัดการทรัพยากรน้ำของภาคประชาชน ดังต่อไปนี้