เนชั่นทีวี

ข่าว

สแตนดาร์ดฯตรึงประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยติดลบ

16 ก.ค. 2563 | orawan_jan

สแตนดาร์ดฯตรึงประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยติดลบ

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คาดการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยหดตัว 5% โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 จะหดตัวที่ 13% และฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่เหลือของปี ส่วนตลาดการเงินโลกในช่วงที่เหลือของปียังอยู่ในภาวะผันผวน แม้จะเริ่มเห็นเงินทุนกลับเข้ามา

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่หดตัว 5% ในปี2563 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 จะหดตัวที่13% และฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่เหลือของปี





อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เริ่มมีเงินทุนกลับมาที่ตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยด้วย แต่ยังต้องตามดูว่าเงินทุนที่เริ่มกลับเข้ามาในตลาดเอเชียนี้มีความต่อเนื่องเพียงใด ซึ่งใน 5เดือนแรกของปี 2563 มีเงินทุนออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยสุทธิราว 1.3 แสนล้านบาท แต่ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมมีเงินทุนกลับเข้ามาในตลาดสุทธิประมาณ 5 หมื่นล้านบาท








ตลาดเอเชียมีแนวโน้มฟื้นตัวจากโควิดได้ดีกว่าตลาดตะวันตกแต่ยังอยู่ในระยะที่ต้องเฝ้าระวัง ถ้ามีเงินทุนกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อ นอกจากนี้หากไทยกลับมาเปิดภาคท่องเที่ยวอีกครั้งได้สำเร็จจะเป็นปัจจัยบวกกับค่าเงินบาทยิ่งขึ้น" ดร.ทิมกล่าว ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดว่า ณ สิ้นปี 2563 ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 31บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรืออาจจะแข็งกว่านั้นที่ 30บาทต่อดอลลาร์











"ที่ผ่านมานโยบายการคลังและนโยบายการเงินช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้ดีอย่างไรก็ตามตลาดติดตามดูต่อว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปีจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรมีความต่อเนื่องไหม" ดร.ทิมกล่าว







พร้อมกันนี้ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนสิงหาคม

"อัตราดอกเบี้ยกำลังจะเข้าสู่ระดับ 0%ตลาดการเงินกำลังรอการสื่อสารที่ชัดเจนจาก ธปท. ว่าจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างไรต่อไปที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับภาคธุรกิจจริงๆนอกเหนือจากผลต่อตลาดการเงิน ดอกเบี้ยติดลบจะเกิดขึ้นในไทยไหม ธปท.จะนำมาตรการ QEหรือ yield curve control มาใช้ไหมเหล่านี้เป็นคำถามที่ตลาดการเงินและภาคธุรกิจกำลังรอคำอธิบายอย่างใกล้ชิด" ดร.ทิมกล่าว

ข่าวล่าสุด