เนชั่นทีวี

ข่าว

ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า

16 ก.ค. 2563 | somyod_san

ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า

ผู้ต้องหาฆ่าคุณตาวัย 70 ปี เสียชีวิตกลางวัด เพ้อและเพี้ยนหนัก สารภาพฆ่าเพราะขอมาม่ากินแต่ไม่ให้ เผยเสพยาตั้งแต่อายุ 18 ปี ไม่คิดจะเลิกเพราะเขาผลิตมาให้เสพ ตร.ตั้งข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่น และเสพสารเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า)

16 กรกฎาคม 2563จากกรณีที่เมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้ (15 ก.ค.) พระลูกวัด วัดเหรียง (ท่าไทร ) หมู่2 ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พบศพนายจำเนียร พรหมอินทร์ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่190 หมู่ 12 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรังซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ภายในวัดมานานกว่า 10 ปี เสียชีวิตบนสนามหญ้าใกล้เมรุเผาศพกลางวัดดังกล่าวสภาพศพนอนหงาย สวมผ้าถุงผืนเดียว ไม่สวมเสื้อ จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นพบร่องรอยการถูกทำร้ายด้วยของแข็งเข้าบริเวณต้นคอ ท้ายทอย รวมทั้งกรามหน้าหักเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำ 10 ชม.เบื้องต้น เชื่อว่าเป็นฝีมือของวัยรุ่นติดยาที่ได้เข้ามาภายในวัดเมื่อตอนกลางดึกของคืนวันที่14 ก.ค.ที่ผ่านมา คงหวังมาลักทรัพย์ภายในวัด หรือมาชิงทรัพย์ผู้ตายจนทำให้มีปากเสียงและทะเลาะวิวาทกัน

และล่าสุดทางตำรวจจับกุมคนร้ายได้แล้วทราบชื่อ นายเอกสิทธิ์ (แบงค์) เกลาเกลี้ยง อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 2 ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ เบื้องต้นให้การรับสารภาพกับชุดจับกุมว่า เป็นคนก่อเหตุฆ่าคุณตา "หิ้น"จริง โดยใช้ค้อนทุบ จากนั้นนำไปเอาค้อนที่นำไปเผาทิ้งจากนั้นนำตำรวจไปตรวจยึดค้อนของกลางที่ผู้ต้องหาเผาเหลือแต่ด้ามแล้วมาเป็นหลักฐานแต่ขณะให้สัมภาษณ์ ปฏิเสธเรื่องการใช้ค้อนทุบผู้ตาย

ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า

ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า

ล่าสุด ที่ สภ.ห้วยยอด ร.ต.อ.มนตรี สงคง พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด ได้นำตัวนายเอกสิทธิ์ ผู้ต้องหารายดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีทนายอาสาร่วมสอบปากคำด้วย โดยนายเอกสิทธิ์ (แบงค์) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ขณะที่ยังมีอาการเพี้ยน พูดจาเพ้อเจ้อ เพราะฤทธิ์ของสารเสพติดตลอดเวลาว่า เป็นคนฆ่าผู้ตายจริง คืนเกิดเหตุ (14 ก.ค.) ในเวลาประมาณ 21.47 น.ตนเองได้เข้าไปหาตาหิ้น เพื่อขอมาม่ากิน แต่ผู้ตายบอกว่า ไม่มี และผู้ตายได้ปล่อยสุนัข จำนวน 2 ตัว ออกมาไล่กัดตน ตนเองจึงลากผู้ตายออกมาที่ลานหญ้ากลางลานวัด จากนั้นได้ใช้มือ เท้า กระทืบทำร้าย จนตาย แต่ปฏิเสธว่า ไม่ได้ใช้ค้อนทุบแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขณะที่ตนเองทำร้ายผู้ตายไม่ได้ร้องขอชีวิตแต่ประการใด แต่ถ้าขอตนเองก็ไม่ให้

เมื่อเป็นคนฆ่าใจจะต้องเหี้ยม ยอมรับตนเองรู้จักผู้ตายมาตั้งแต่เด็กๆ จนโต แต่เกิดเรื่องเพราะเรื่อง มาม่า.. และไม่ได้เอาทรัพย์สินของผู้ตายแต่อย่างใดๆ ส่วนค้อนที่ตำรวจยึดได้นั้น เป็นค้อนที่ตนเองไปหยิบฉวยมาจากบ้านคนอื่น เพื่อนำมาทุบทำลายศาลพระภูมิที่หน้าบ้าน และทุบทำลายข้าวของ รวมทั้งประตู กระจกหน้าต่างในบ้านด้วย เหตุเพราะตนเองไม่ชอ่บมีศาลพระภูมิหน้าบ้าน . ส่วนการเสพยาครั้งล่าสุดนั้น ได้เสพก่อนก่อเหตุ 2 วัน จำนวน 2 เม็ด แต่ส่วนตัวเสพมาตั้งแต่อายุได้ 18 ปี และค้าด้วย ส่วนที่ไม่หยุดเสพ เพราะเขาทำมาให้เสพ ดังนั้นก็หยุดไม่ได้ ส่วนคนอื่นที่ซื้อยาไปจากตน ตนก็บอกว่าให้หยุดเสพ แต่เขาไม่หยุด ส่วนตัวไม่สำนึกว่าตัวเองกระทำผิด เพราะทำไปแล้ว คนฆ่าคนอื่นจะต้องใจเหี้ยมโหด จึงไม่สงสาร และหากไม่เสพยา ก็เชื่อว่าตนเองจะทำรุนแรงกว่านี้แน่นอน ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากจะบอกเตือนไปถึงคนอื่นๆมั๊ย เรื่องโทษของยาเสพติด เพื่อให้เลิก นายเอกสิทธิ์ ซึ่งเสพยาจนเพี้ยน กล่าวว่า เคยบอกคนที่มาซื้อยาสมัยที่ตนเองขายให้เลิก เพราะมาติดค่ายาบ้าตน แต่พวกเขาไม่เลิกกันเอง

ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า

ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า

ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า


ขอกินมาม่าแต่ไม่ได้จึงลากมาฆ่า


ด้าน พ.ต.อ.ประดิษฐ ชัยพล ผู้กำกับการสภ.ห้วยยอด กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยกล่าวอ้างว่า โกรธแค้นที่ไปขอบะหมี่มาม่าจากผู้ตาย จำนวน 1 ห่อ แต่ไม่ได้ จึงลงมือฆ่า เพราะติดสารเสพติดอย่างหนัก ควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างฝ่ายเดียวของผู้ต้องหา ส่วนผู้ตายก็ตายไปแล้ว เบื้องต้น บอกว่าเริ่มจากการชกต่อย จากนั้นใช้ค้อนตีบริเวณกรามหน้า และท้ายทอย ทั้งนี้ ลักษณะของผู้ต้องหารายนี้ เสพยาเสพติดอย่างหนัก ซึ่งหลังเกิดเหตุตำรวจก็สามารถสืบสวนติดตามจับกุมได้อย่างรวดเร็ว เพราะคดีไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนใดๆ จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติถูกจับกุมในข้อหา ลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์มาแล้วรวม 2 คดี แต่ไม่เคยถูกจับในคดียาเสพติด เบื้องต้น แจ้ง 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นและเสพสารเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เตรียมนำตัวฝากขังศาลจังหวัดตรังในวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตาม นายเอกสิทธิ์ (แบงค์) ขณะถูกจับกุมและถูกควบคุมอยู่ที่ สภ.ห้วยยอด และขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ยังมีอาการเพี้ยน พูดคุยคนเดียว และพูดจาเพ้อเจ้อ เรื่อยเปื่อย ถึงเทวดา ฟ้าดิน เพราะฤทธิ์ของสารเสพติดตลอดเวลาว่า ขณะอยู่ในห้องคุมขัง ก็ส่งเสียงดัง ไม่นอนหลับ ปล่อยน้ำ และตักน้ำทิ้งจนเลอะเทอะห้องควบคุม ส่งเสียงดังรบกวนผู้ต้องหารายอื่นๆอีก 2 คน ทำให้อีก 2 คน ไม่กล้าอยู่ร่วมห้องเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องจับแยกห้องควบคุม

ข่าวล่าสุด