(16 กรกฎาคม 2563) พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงเเห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เเนวโน้มการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนั้น จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า แต่ไม่มีธงอะไรทั้งสิ้น ทำตามสถานการณ์และดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งเท่าที่ติดตามตอนนี้ ก็รอดูผลการตรวจเชื้อของคนจ.ระยอง ที่มีความสุ่มเสี่ยง และผู้ที่อาศัยในคอนโดเดียวกับลูกสาวทูตซูดานอย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 กรณียอมรับว่าสุ่มเสี่ยง และ ศบค. ก็บกพร่อง เจ้าหน้าที่มีความหละหลวม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันต่อไป โดย "จะเเน่วเเน่แก้ไขในสิ่งผิด" ซึ่งยุทธศาสตร์ที่ทำมาเเต่ต้นในการป้องกันการนำเชื้อจากภายนอกเข้าสู่ประเทศ เป็นแนวความคิดหลัก แต่เมื่อมีการผ่อนปรนมากขึ้น ก็ย่อมมีความเสี่ยง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นหนึ่งในความเสี่ยง แต่เป็นความเสี่ยงที่ได้ใคร่ครวญแล้วอย่างรอบคอบ"มั่นใจว่าได้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมแล้ว แต่เเน่นอนยังมีช่องว่างอยู่ มีความหละหลวม ก็ต้องไปแก้ไขต่อไป แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุให้ขบวนการผ่อนคลายทั้งหมดล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เป็นบทเรียนที่ต้องหาทางปฏิบัติให้ดีขึ้น และอาจเป็นบทเรียนที่ดี เพราะสุดท้ายวันหนึ่งก็ต้องเปิดประเทศโดยสมบูรณ์ จึงต้องตระหนักและมีมาตรการเข้มข้นขึ้นเจ้าหน้าต้องเข้าใจวิธีคิดและข้อกำหนดที่ออกไป จะได้ไม่เกิดช่องว่างอีก" เลขาฯ สมช. ระบุ