เนชั่นทีวี

ข่าว

ฟ้องประธานสหกรณ์ครูขอนแก่นฉ้อโกงฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน

15 ก.ค. 2563 | jitima_chum

ฟ้องประธานสหกรณ์ครูขอนแก่นฉ้อโกงฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน

สมาชิกชมรมสหกรณ์ครูขอนแก่น ยื่นฟ้องประธานและคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นยกชุด ฐานฉ้อโกง และฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน โดยอนุมัติเงินกำไรสุทธิที่ขัดคำสั่งของนายทะเบียนและจ่ายเงินปันผลโดยไม่ชอบ

วันที่ 15 ก.ค.2563 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้มีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น นำโดย ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น นายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง นายอุดม สงวนชม นายวิชัย อ่อนเบ้า นายอเนก คำยัง และนายพนทอง ขาวสร้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ชุดที่ 57 จำนวน 12 คน  ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน โดยศาลจังหวัดขอนแก่น ได้รับคำฟ้องคดีดำ ที่ อ.0156/2563 นัดไต่สวนวันที่ 14 ต.ค.2563 เวลา 13.30 น.

โดย ดร.วิศร์ เปิดเผยว่า ที่ชมรมฯต้องยื่นฟ้อง ดร.อนุศาสตร์ ฯในฐานะ ประธานสหกรณ์ และคณะกรรมการดำเนินการฯ  ชุดที่ 57 ปี 2562 ต่อเนื่องปี 2563 หรือชุดปัจจุบัน ฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน และร่วมกันฉ้อโกง เป็นผลพวงจาก ก่อนหน้านี้ทางชมรมฯได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ชุดต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงชุดปัจจุบัน รวมทั้งผู้จัดการสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 37 คน กรณีเงินของสหกรณ์ได้หายไปจำนวน 400-1,000 บาท เมื่อเดือนพฤษภาคม และศาลได้รับฟ้องนัดไต่สวนวันที่ 17 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ และทางชมรมฯ ได้มีการประชุมกันแล้วเห็นว่ายังมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับประธานสหกรณ์และคณะกรรมการฯ ชุดปัจจุบัน ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ร่วมกันอนุมัติกำไรสุทธิ ซึ่งขัดกับคำสั่งของนายทะเบียน จนทำให้การจ่ายเงินปันผลและเงินโบนัส ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง จนทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายการกระทำของประธานสหกรณ์และคณะกรรมการฯ เป็นการร่วมกันหลอกลวงสมาชิก และ ผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ โดยการปกปิดข้อเท็จจริง จากเงินที่หายไปจำนวน 431 ล้านบาทเศษ และนายทะเบียนสหกรณ์ ได้แจ้งให้ตั้งเผื่อหนี้สูญเต็มจำนวน เพื่อนำไปหักกับกำไร แต่คณะกรรมการฯ กลับมีมติให้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแค่ 30 ล้านบาท เมื่อหักเงินส่วนนี้ ทำให้ที่ประชุมใหญ่มีมติอนุมัติกำไรสุทธิ จำนวน 1,126 ล้านบาทเศษ เพื่อจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกและเงินโบนัส ทั้งที่ข้อเท็จจริงตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์ จะต้องมีเงินกำไรสุทธิ เพื่อปันผลและโบนัส จำนวน 894 ล้านบาทเศษ 

ซึ่งการกระทำของประธานสหกรณ์และคณะกรรมการฯ เป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามที่นายทะเบียนสั่งการ ทำให้สมาชิกสหกรณ์ ผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ ได้รับความเสียหาย สหกรณ์เป็นนิติบุคคล ต้องมองความมั่นคงของสหกรณ์ กรรมการมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับข้อกฎหมาย คำสั่งนายทะเบียน แต่กลับทำให้สหกรณ์จ่ายเงินมากกว่าข้อเท็จจริง เจตนามุ่งแสวงผลประโยชน์ของเงินโบนัสมากกว่าปกติ ด้านตัวแทนทนาย ได้กล่าวว่า ส่วนต่างของ 30 ล้านกับ 431 ล้าน คือความเสียหายของสหกรณ์ น่ายทะเบียนสั่งให้หักออกทั้งหมด 431 ล้าน แต่หักออกแค่ 30 ล้าน ทีสำคัญไม่มีการจัดทำตามคำเสนอของนายทะเบียนเข้าที่ประชุมใหญ่ เป็นการปกปิดข้อเท็จจริงแก่ผู้แทนสมาชิก วาระการประชุมต้องทำตามที่นายทะเบียนสั่ง จึงได้ฟ้องไป 2 ข้อหา คือฉ้อโกงในฐานปกปิดข้อเท็จจริงต่อผู้แทนสมาชิก ได้มาซึ่งทรัพย์ของสหกรณ์ ข้อ 2 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.สหกรณ์ ปี 2542 มาตรา 22(2) ซึ่งมีโทษตามมาตรา 132 กฎหมายที่แก้ใหม่เมื่อปี 2562 มีผลบังคับใช้ และครั้งนี้น่าจะเป็นคดีแรกที่ฟ้องคณะกรรมการสหกรณ์ ตามกฎหมายที่แก้ใหม่ เมื่อก่อนมีกรณีลอตเตอรี่เมื่อปี 2553 มีการฝ่าฝืนคำสั่งของนายทะเบียน ก่อนจะแก้กฎหมายนี้ไม่มีโทษทางอาญา ทำให้กรรมการสหกรณ์ทั่วประเทศ ไม่เกรงกลัว ฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน เงินเกินก็เอาคืนไม่มีโทษอะไร นายทะเบียนก็เลยขอแก้ เพิ่มโทษในมาตรา 132 จำคุก 2 ปี ในการฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน และการฟ้องครั้งนี้น่าจะเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้สหกรณ์ทั่วประเทศพึงระมัดระวังในการฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน 

ฟ้องประธานสหกรณ์ครูขอนแก่นฉ้อโกงฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน

ข่าวล่าสุด