ศึกชิงหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย
15 ก.ค. 2563 | anuphan_cha

"อนันต์" โวย เจอสกัดตัดขาลงชิงหน.พลังปวงชนไทย เจอมติฟ้าผ่าขับออกจากพรรค ชี้ฝ่ายตรงข้ามเล่นสกปรกพยายามทุกวิถีทาง เตรียมปรึกษาทนายฟ้องร้องทวงความยุติธรรม
ข่าว
15 ก.ค. 2563 | anuphan_cha

"อนันต์" โวย เจอสกัดตัดขาลงชิงหน.พลังปวงชนไทย เจอมติฟ้าผ่าขับออกจากพรรค ชี้ฝ่ายตรงข้ามเล่นสกปรกพยายามทุกวิถีทาง เตรียมปรึกษาทนายฟ้องร้องทวงความยุติธรรม
(16 กรกฎาคม 2563) นายอนันต์ ฉิมบุรีรมย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ตนและทีมงาน ลงสมัครตำแหน่งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริการพรรค ที่จะมีการประชุมใหญ่สามัญของพรรคพลังปวงชนไทย ณ ห้องประชุมชั้น 5 เทศบาลนครนนทบุรี จ.นนทบุรี เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 18 ก.ค. นั้น โดยทางพรรคผู้บริหารชุดเก่ารู้ตั้งแต่แรกว่าตนจะลงสมัคร และได้มีการปิดประกาศรับสมัครอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ตนและทีมได้เข้าสมัครตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่กลางดึกของคืนวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางพรรคกลับมีมติขับตนออกจากพรรค ด้วยข้อหาผิดวินัยและจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคได้ตั้งกรรมการสอบตน และที่ผ่านมาตนได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และได้มีการหารือกับทางประธานสอบ ทนายของพรรค และทนายของตน เนื่องจากเป็นข้อหาร้ายแรง จึงได้ขอเวลา 30 วัน แต่ทางกรรมการเห็นว่านานไป จึงขอลดเป็น 15 วัน ทั้งสองฝ่ายจึงนัดตัดสินกันในวันที่ 24 ก.ค. แต่อยู่ๆกลับมีมติแบบฟ้าผ่า
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตนพยายามขอดูมติจากพรรค ในการเรียกสอบวินัยและจริยธรรมของตน รวมถึงวาระการประชุม แต่ทางพรรคปฏิเสธและไม่ให้ดู รวมทั้งให้คนที่ไม่มีอำนาจในการสอบสวนและออกหนังสือเรียกตนไปสอบ คือสิ่งที่น่าสงสัย นอกจากนี้จากตนลงนามข้อตกลงว่าจะมีการตัดสินตนในวันที่ 24 ก.ค. แต่กลับมีมติด่วน
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าอาจเกิดกระแสที่มาแรงของตนภายในพรรค ที่สมาชิกและสาขาพรรคให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก อาจจะเกรงว่าตนจะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ จึงทำให้เกิดการขับตนออกจากพรรคขึ้นมาเพราะในขณะนี้ชื่อของตนและทีมงานถูกตัดออกจากการสมัครกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้ว ซึ่งตนจะปรึกษาทนายและเตรียมฟ้องร้องต่อไป
"พอมีกรรมการคนไหนจะขอเข้าไปตรวจสอบ ก็จะโดนกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เป็นปฏิปักษ์ จะล้มพรรค ไม่เชื่อมั่นพรรค คำว่ากบฏจะมาใช้กับเราคงไม่ได้ เพราะเราเพียงต้องการตรวจสอบ ต้องการความโปร่งใส หัวหน้าพรรคพยายามยื่นเรื่องให้คณะกรรมการพรรคตรวจสอบจริยธรรมผม แต่ผมยืนยันว่าผมไม่มีความผิดอะไร และที่ผ่านมาสาขาที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ไม่ได้รับการดูแล มีคนอยากเข้ามาบริจาคเงินให้พรรค แต่เมื่อเขาเห็นแบบนี้เขาก็หนีหมด จริงๆผมอยากจะลาออกจากพรรคแล้ว"นายอนันต์ ระบุ
อย่างไรก็ดี แต่สาขาพรรคต่างๆ สนับสนุนให้ลงแข่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จึงตัดสินใจลงแข่งกับ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรค ซึ่งจริงๆ ส่วนตัวและนายนิคม เป็นคู่หูคนสนิทที่เริ่มทำพรรคตั้งแต่แรกมาด้วยกัน แต่หลังๆเริ่มมองเป็นศัตรู และไม่ได้ใส่ร้ายหรือดิสเครดิตอะไร ส่วนตัวสู้เต็มที่แบบแฟร์ๆมาโดยตลอด แต่ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ พยายามทุกวิถีทางเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม
ด้าน นายสุวิทย์ งอกศรี รักษาการรองหัวหน้าพรรค ผู้สมัครตำแหน่งเหรัญญิกพรรค กล่าวว่า หลายครั้งที่หัวหน้าพรรคบอกว่าเรียกร้องและอยู่ข้างประชาธปไตย แต่แบบนี้จะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยซ่อนรูปหรือไม่ เพราะเป็นผู้กำหนดกติกาว่าจะต้องทำแบบนั้น แบบนี้ ก็เดินตามทุกอย่าง แต่การทำงานทางการเมืองแค่ความตั้งใจไม่พอ ต้องมีความโปร่งใสด้วย
"ทุกวันนี้เราเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเปิดเผย การบริหารงานภายในพรรค แต่ท่านกลับพยายามหลบหลีก นี่คือจุดประกายและสาเหตุที่ทำให้พวกเราลงชิงตำแหน่งในครั้งนี้ และเป็นสิ่งที่สมาชิกหลายคนสนับสนุนให้ นายอนันต์ ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อสร้างมิติใหม่ของการทำงานในพรรค ถ้าเราตรวจสอบไม่ได้จะเรียกว่าประชาธิปไตยได้อย่างไร"นายสุวิทย์ กล่าว
ขณะที่ นายอธิปัตย์ เม่งควน รักษาการกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัครตำแหน่งเลขาธิการพรรค กล่าวว่า การที่จะเป็นองค์กรพรรคการเมือง จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ใช่เป็นพรรคของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเป็นของคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ทุกคนต้องร่วมทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ