เนชั่นทีวี

ข่าว

สหรัฐหวังดันทะเลจีนใต้ให้ระอุ

14 ก.ค. 2563 | krailuk_n

สหรัฐหวังดันทะเลจีนใต้ให้ระอุ

หลังจากเมื่อวันจันทร์ สหรัฐยั่วยุจีนครั้งใหม่ด้วยการแสดงจุดยืนไม่ยอมรับคำอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ของจีนโดยชี้ว่าการกระทำของจีนขัดต่อกฎหมายอย่างสิ้นเชิง เรื่องนี้ทำให้ประเด็นปัญหากรณีพิพาทในภูมิภาคทะเลจีนใต้กลับมาร้อนแรงอย่างมากอีกครั้ง เมื่อจีนได้แสดงความไม่พอใจ และออกมาตอบโต้สหรัฐในทันที

งานนี้จีนออกมาเตือนสหรัฐให้ยุติการกระทำในอันที่จะเป็นการก่อกวนความสงบและเสถียรภาพในภูมิภาคทะเลจีนใต้ 
เมื่อวันจันทร์ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้ ที่เป็นน่านน้ำพิพาทระหว่างจีนกับบางชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย โดยระบุว่า รัฐบาลต้องการประกาศอย่างชัดเจนว่า คำอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนเหนือทรัพยากรทางทะเลในน่านน้ำส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ และการคุกคามคู่กรณีเพื่อควบคุมทรัพยากรเหล่านั้น ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น โลกจะไม่อนุญาตให้จีนปฏิบัติต่อทะเลจีนใต้เสมือนเป็นอาณาจักรทางทะเลของตัวเอง นอกจากนี้สหรัฐยืนหยัดเคียงข้างกับชาติพันธมิตรและหุ้นส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการปกป้องสิทธิทางอธิปไตยในทรัพยากรนอกชายฝั่ง ที่สอดคล้องกับสิทธิและข้อผูกมัดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
แถลงการณ์ของสหรัฐครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนของสหรัฐ ที่สนับสนุนคำตัดสินเมื่อปี 2559 ของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่ว่า จีนไม่มีสิทธิตามประวัติศาสตร์ในการอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองทรัพยากรในทะเลจีนใต้
มองกันว่าท่าทีล่าสุดของสหรัฐ เป็นพยายามที่จะดักคอจีนที่เพิ่มการรุกหนักในภูมิภาคโดยหวังที่จะได้รับการยอมรับจากกฏหมายระหว่างประเทศ แต่ก็มองกันว่าสหรัฐจะต้องเจอกับการตอบโต้ของจีนแน่นอนหลังจากที่เจอมาแล้วหลายรายการ จากความพยายามแซงชั่นจีนในสารพัดเรื่อง
เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ของสหรัฐกำลังเจอกับการวิพากษ์วิจารณ์หนักในบ้านของตัวเองเรื่องผลงานการรับมือกับไวรัสโคโรนา จึงหาทางเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาในช่วงก่อนการเลือกตั้งปลายปีด้วยการโจมตีจีนหนักมากขึ้นในสารพัดเรื่อง เพื่อโจมตีคู่แข่งว่าอ่อนให้กับจีน
ท่าทีเรื่องทะเลจีนใต้ ตามมาด้วยการที่สหรัฐแซงชั่นเจ้าหน้าที่จีนที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามกระบวนการประชาธิปไตยในฮ่องกง และยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้ากับฮ่องกงในวันนี้
สหรัฐจุดประเด็นขัดแย้งในทะเลจีนใต้ครั้งใหม่ หลังจากเพิ่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำและเรือรบอีก 4 ลำไปร่วมซ้อมรบในทะเลจีนใต้ช่วงต้นเดือนนี้  ช่วงที่จีนกำลังจัดการซ้อมรบในบริเวณดังกล่าวเช่นกัน
ที่ผ่านมาสหรัฐแค่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายคลี่คลายความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ด้วยสันติวิธีและวิถีทางการทูต สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ 

แต่ในการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวาน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนบอกว่า คำตัดสินเของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ได้ก้าวข้ามอำนาจของตัวเองโดยการละเมิดหลักการเรื่องการยินยอมของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยังมีความผิดพลาดที่ชัดเจนในข้อมูลความจริงและการใช้กฏหมาย ฝ่ายสหรัฐหวังใช้ศาลเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง และจีนก็ไม่เคยยอมรับคำตัดสินของศาล
จีนบอกว่าสหรัฐไม่สนใจต่อความพยายามของจีน และชาติในกลุ่มอาเซียนสำหรับสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงและกฏหมายระหว่างประเทศ  ซึ่งก็รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคดูเกินความเป็นจริง และพยายามสร้างความาดหมางระหว่างจีนกับประเทศตามแนวชายฝั่งอื่น ๆ 
แถลงการณ์ของสหรัฐที่บอกว่าจีนไม่เคยประกาศเรื่องพรมแดนในทะเลจีนใต้จนกระทั่งปี 2552 นั้น ห่างไกลจากความเป็นจริง เพราะอธิปไตยและผลประโยชน์ของจีนในทะเลจีนใต้ ก่อกำเนิดมายาวนานในประวัติศาสตร์กว่าพันปี อย่างในปี 2491 จีนก็ประกาศเรื่องพรมแดนในทะเลจีนใต้ และก็ไม่มีประเทศไหนมีปัญหากับเรื่องนี้มาเป็นเวลายาวนาน  จีนไม่เคยคิดจะสร้างอาณาจักรทางทะเลที่่นี่  สหรัฐเองต่างหากที่ปฏิเสธจะเข้าร่วมใน UNCLOS เสมอมา รวมถึงองค์กรและสนธิสัญญาระหว่างประเทศอื่น ๆ กำหนดกฏเกณฑ์สากลแบบตามใจชอบ  และมักส่งเรือรบและเครื่องบินรบรุ่นก้าวหน้าจำนวนมาก มาที่นี่เพื่อเร่งแนวคิดเรื่องสงคราม โปรโมตเรื่องพลังที่แข็งแกร่งและความเหนือกว่า
ภายใต้"ปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้" ที่จีนบรรลุกับทางอาเซียนเมื่อปี 2545 จีนมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งผ่านทางการเจรจาและปรึกษาหารือ รวมถึงทำงานร่วมกับอาเซียนเพื่อปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และที่สถานการณ์โดยรวมที่นี่มีเสถียรภาพอยู่ได้ ก็เพราะความร่วมมือกันนี้

ขณะที่ฟิลิปปินส์ หนึ่งในประเทศคู่พิพาทกับจีน ออกมาเรียกร้องให้จีนกับสหรัฐยึดมั่นในหลักนิติธรรม รวมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างแนวปฎิบัติ รวมถึงปฎิบัติตามนั้น เพื่อป้องกันความตึงเครียดไม่ให้เกิดขึ้น  
ในส่วนของญี่ปุ่น ที่ก็มีข้อพิพาทกับจีนเรื่องดินแดน ก็ออกมาสนับสนุนท่าทีใหม่ของสหรัฐทันที โดยชื่นชมว่าเป็นความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยวของสหรัฐต่อเรื่องสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยญี่ปุ่นมองว่าท่าทีของจีนในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนในภูมิภาคเป็นอันตรายต่อญี่ปุ่นนและเพื่อนบ้าน และมองว่าจีนฉวยโอกาสในช่วงวิกฤติไวรัส เพื่อขยายอิทธิพลและแสดงความเหนือกว่าในทางยุทธศาสตร์

ข่าวล่าสุด