นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า กรณีลูกเรืออียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 1 ราย และได้เดินทางเข้าพักที่โรงแรม DVaree (ดีวารี) จังหวัดระยอง พร้อมกับลูกเรือและคณะรวม 31 คน และได้เดินทางไปห้างสรรพสินค้าแหลมทอง และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ระยองนั้น ซึ่งศบค.ได้ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชั่นชัยชนะพบ กลุ่มเสี่ยงที่เดินห้างฯแหลมทอง 394 คน ห้างฯเซ็นทรัล 1,488 คน ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการแจ้งผ่านแอปไทยชนะให้กักตัว 14 วัน พร้อมกับเข้ามาตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนั้นหากสามารถควบคุมให้การติดเชื้อไม่กระจายเป็นวงกว้าง โดยใน 14 วัน ไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศ หรือติดเชื้อแต่กักตัวและสามารถควบคุมได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์จังหวัดระยอง แต่หากไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเสี่ยงและมีการกระจายเชื้อ ก็จำเป็นต้องล็อกดาวน์
"ต้องล็อกดาวน์หรือไม่ ต้องดูว่าจากสาเหตุการติดเชื้อยืนยัน 1 คน นำไปสู่การติดเชื้อคนกลุ่มนี้หรือไม่ คือ 14 วันดูอาการบอกผล ถ้าติดเชื้อของคนพื้นที่ แล้วสามารถจัดการได้อยู่ทำให้การควบคุมโรคหยุดได้ก็ไม่ล็อกดาวน์ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือก็ล็อกดาวน์ก็จะเกิดขึ้น" อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ศบค. ได้ทบทวนมาตรการที่เกิดขึ้น เพราะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวไม่ได้ จึงได้ประชุมและมีข้อสรุป 3 ข้อ คือ 1.ให้กระทรวงการต่างประเทศทบทวนสิทธิทางการทูต โดยจะต้องให้นักการทูตเข้ามากักตัวตามสถานที่รัฐบาลจัดให้ 14 วัน 2. ให้กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการยกเลิกอนุญาตการบินเข้าเที่ยวบินกองทัพอากาศอียิปต์ 8 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 17-20 ก.ค. และวันที่ 25-29 ก.ค. 3.ชะลอการอนุญาตในราชอาณาจักรแบบผ่อนคลาย ตามข้อกำหนดที่ 2 3 และ 11 ไปก่อน คือกลุ่มยกเว้นหรือได้รับอนุญาตขอขอชะลอไปก่อน เช่น กลุ่มบุคคลคณะทูต และกลุ่มนักธุรกิจเดินทางระยะสั้น ขอทบทวนระบบทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจประชาชนอีกครั้ง