รัฐนิวเซ้าธ์เวลส์ ของออสเตรเลีย ถึงแม้จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยมาก แต่ล่าสุดทางนางแกลดิส เบเรจิกเลียน ผู้ว่าการรัฐ ก็กำลังหวาดวิตก เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีรายงานว่าพนักงานวัย 18 ปีคนหนึ่งของผับชื่อดังในเมืองซิดนี่ย์ติดไวรัส โดยในช่วงที่ร่างกายของเขามีเชื้อ ซึ่้งอยู่ระหว่างวันที่ 3 ถึง 10 กรกฎาคม ปรากฏว่ามีผู้คนมากถึง 1 พันคนมีโอกาสได้รับเชื้อจากเขา ทางการออกมาเตือนให้่คนกลุ่มนี้จัดการกักโรคตัวเองเป็นเวลา 14 วัน
ผู้ว่าการรัฐบอกว่าตอนนี้รัฐกำลังอยู่ที่บริเวณทางแยกสำหรับการควบคุมการระบาด ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือว่าล้มเหลว
ทางด้านรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย ที่กำลังเจอกับการกลับมาระบาดของไวรัสโคโรนารอบใหม่ ก็รายงานวันนี้ว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 273 คน ซึ่งถือเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นตัวเลข 3 หลัก
แดเนี่ยล แอนดรูวส์ ผู้ว่าการรัฐ เปิดเผยด้วยว่าเมื่อวานมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ถือเป็นรายที่ 108 ของประเทศ และ รายที่ 24 ของรัฐ ที่ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อสะสม 3,799 คน โดยเมื่อวันศุกร์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากเป็นประวัติการณ์ 288 คน เทียบกับรัฐนิว เซ้าธ์เวลส์ ที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ พบแค่ 5 คนเมื่อวันเสาร์
ปัจจุบันเมืองเมลเบิร์น เมืองหลักของรัฐอยู่ภายใต้มาตรการล็อคดาวน์ทั้งเมือง ซึ่งทางผู้บริหารก็เตือนว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาอันตราย ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่น ยกเว้นการยอมรับความจริงในสิ่งที่เผชิญอยู่ และทำในสิ่งที่ต้องทำ นั่นก็คือการปฏิบัติตามกฏระเยียบต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเมลเบิร์นแห่งหนึ่งก็ติดเชื้อด้วย 8 คน โดย 5 คน น่าจะติดเชื้อมาจากชุมชนของตนเอง