นายปีเตอร์ กาญจนพาสน์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในประเทศไทยที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนข้อปฏิบัติจะทำให้ช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ประชาชนตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยว จับจ่ายหรือร่วมกิจกรรมต่างๆมากขึ้น ซึ่งศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเริ่มมีการจองพื้นที่จัดงานแสดงสินค้า งานประชุมสัมมนา งานเลี้ยง งานแต่งงานและอื่นๆ กลับมาแล้ว ทำให้เชื่อมั่นว่าจะช่วยเพิ่มลูกค้าในกลุ่มของการท่องเที่ยวช้อปปิ้งหรือใช้บริการศูนย์การค้าและแหล่งช้อปปิ้งในเมืองทองธานีให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้งแม้จะเป็นการท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือให้บริการที่เปลี่ยนแปลงสู่วิถีใหม่ new normal ที่ทุกคนใส่ใจเรื่องสุขภาพก็ตาม
สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทฯในรอบปีนี้ (มิถุนายน2562 ต่อเนื่องมาถึงกรกฎาคม 2563) มีการลงทุนรวมแล้วกว่า 400 ล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงการรองรับการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในพื้นที่เมืองทองธานีต่อยอดจากเดิมที่มีศูนย์การค้า 3 แห่ง ประกอบด้วย คอสโม บาซาร์, บีไฮฟไลฟ์สไตล์ มอลล์ และ เดอะ พอร์ทอลรวมถึงแหล่งช้อปปิ้งที่เปิดบริการมาระยะหนึ่งแล้ว อาทิ เอาท์เล็ต สแควร์ และป็อปปูล่า วอล์ค ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากชุมชน ผู้พักอาศัย นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยือน อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในแต่ละปีกว่า 10 ล้านคนเลือกรับบริการอย่างต่อเนื่อง
ทางบริษัทฯจึงได้ขยายการลงทุนเพิ่มความครบครันและสมบูรณ์แบบสำหรับการช้อปปิ้งใจกลางเมืองทองธานี โดยเริ่มจากพัฒนาเพิ่มพื้นที่เอาท์เล็ตสแควร์ เฟส 5 มูลค่าลงทุน 30 ล้านบาทกระทั่งแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการช็อปแสดงสินค้ากีฬาและแฟชั่นแบรนด์ดังมากมายพื้นที่รวมของเดิม15,000 ตารางเมตร ถือเป็นเอาท์เล็ตแบรนด์กีฬาพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนต่อมาได้ลงทุนสร้างสะพานทางเดินเชื่อมอาคารต่างๆ ตั้งแต่อาคารแสดงสินค้าอิมแพ็คโรงแรมไอบิส มาจนถึงศูนย์การค้า คอสโม บาซาร์ ระยะทาง 320 เมตร มีทางเดินเลื่อน 57เมตร จำนวน 4 ชุดให้บริการ และพื้นที่สะพานที่ออกแบบให้เดินสวนได้อย่างสะดวกด้วยความกว้างถึง 6 เมตร รวมมูลค่าลงทุน 140 ล้านบาทเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางช้อปปิ้งของลูกค้าได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ล่าสุดกับโครงการใหม่ คอสโม วอล์คมูลค่าลงทุนรวม 245 ล้านบาท เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น พื้นที่รวม 6,800 ตารางเมตแบ่งเป็นพื้นที่เช่าร้านค้า 4,500 ตารางเมตร ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมิถุนายน2562 แล้วเสร็จพร้อมสะพานเชื่อมอาคารคอสโม บาซาร์ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2563ขณะนี้ได้เปิดให้บริการ พร้อมช็อปสินค้าแบรนด์ดังอย่าง ไนกี้ แฟกตอรี่ สโตร์นับเป็นเอาท์เล็ตของไนกี้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 1,300 ตารางเมตรร้านดูโฮม ศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้านสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ และร้าน MR. D.I.Y. ค้าปลีกรายใหญ่จากมาเลเซียซึ่งเป็นร้านค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องเขียน อุปกรณ์กีฬาเครื่องมือช่าง ของตกแต่งบ้าน แก็ตเจต ของเล่น-ของขวัญ อุปกรณ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก รวมกว่า 14,000 รายการราคาเริ่มต้นตั้ง 5 บาท และในเร็วๆ นี้จะมีซ็อปสินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย แบรนด์AIIZ ที่เตรียมมาเปิดบริการร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม เช่น กาแฟอเมซอน สำหรับผู้สนใจเข้ามาใช้บริการ คอสโมวอล์ค ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.
"คอสโม วอล์คถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าทุกระดับโดยกลุ่มเป้าหมายหลักๆ คือผู้ที่อยู่อาศัย พนักงานภาครัฐ บริษัทเอกชน คณะนักศึกษา อาจารย์ จากโรงเรียนมหาวิทยาลัย ภายในพื้นที่เมืองทองธานี รวมถึงลูกค้านักท่องเที่ยว พี่มาพักโรงแรมโนโวเทล และโรงแรมไอบิส กลุ่มผู้คนที่มาร่วมงานประชุมสัมนามาเดินช้อปปิ้งงานแสดงสินค้า ผู้ปกครองที่มาคอยรับส่งลูกสอบหรือชมคอนเสิร์ตต่างๆที่ อิมแพ็ค ถือเป็นจุดนับพบใหม่ด้วยมีสะพานทางเชื่อมในทุกอาคารจะเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าทุกคนได้เป็นอย่างดี" นายปีเตอร์ กล่าว