เนชั่นทีวี

ข่าว

การค้าชายแดน-ผ่านแดน 5 เดือนติดลบ 9.71%

09 ก.ค. 2563 | orawan_jan

การค้าชายแดน-ผ่านแดน 5 เดือนติดลบ 9.71%

โควิดทุบยอดการค้าชายแดนและผ่านแดนช่วง 5 เดือนปี 63 ลดลง 9.71% เหตุมีการปิดด่านเกือบทั้งประเทศ คาดครึ่งปีหลังดีขึ้น หลังคลายล็อกดาวน์แต่ก็ขึ้นกับการเปิดด่านจะทำได้ 100% หรือไม่ ล่าสุดเปิดแล้ว 37 จุด จากทั้งหมด 97 จุด

นายกีรติ รัชโนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยช่วง 5เดือนปี 2563 (ม.ค.พ.ค.) มีมูลค่ารวม 524,357 ล้านบาท ลดลง 9.71% แบ่งเป็นการส่งออก305,725 ล้านบาท ลดลง 9.03% และการนำเข้า 218,632ล้านบาท ลดลง 10.65% โดยเกินดุลการค้า 87,093 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ทำให้การค้าลดลง มาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19ที่ส่งผลให้มีการปิดจุดผ่านแดนของไทยทั่วประเทศทั้งหมด จาก 97 จุด เหลือเพียง 28จุด ทำให้การขายไม่คล่องตัว ส่งผลให้การค้าลดลง

          






 

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะการค้าชายแดนพบว่า มาเลเซียยังเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 87,854 ล้านบาท ลดลง 32.43% รองลงมา คือ สปป.ลาว มูลค่า77,172 ล้านบาท ลดลง 6.59% เมียนมา มูลค่า 73,740ล้านบาท ลดลง 10.96% และกัมพูชา มูลค่า 70,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.20%โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล สินค้าปศุสัตว์อื่นๆและสินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่นๆ เมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์น้ำมันดีเซล และปูนซีเมนต์ และกัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สินค้าปศุสัตว์ และรถยนต์นั่ง เป็นต้น

 

 




การค้าชายแดน-ผ่านแดน 5 เดือนติดลบ 9.71%



ส่วนการค้าผ่านแดน จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 90,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.74% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้แก่ ผลไม้สด ยางพารา และเครื่องคอมพิวเตอร์ รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า36,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.83% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่เครื่องยนต์สันดาป เครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้าเวียดนาม มูลค่า 24,697ล้านบาท ลดลง 26.71% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และประเทศอื่นๆมูลค่า 63,180 ล้านบาท ลดลง 16.85%

 

 

 

สำหรับแนวโน้มการค้าชายแดนและผ่านแดนในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2563 น่าจะปรับตัวดีขึ้น เพราะเริ่มมีการคลายล็อกดาวน์ แต่ยังคงขึ้นอยู่กับการเปิดด่านการค้า เพราะไม่รู้ว่าจะเปิดได้ทั้ง 100% เมื่อไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 แต่ในส่วนของกรมฯ ได้เสนอไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเปิดด่านเฉพาะสินค้า ซึ่งล่าสุดรัฐบาลได้ออกข้อกำหนดภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเปิดช่องทางเข้าออกด่านจุดผ่านแดนหรือจุดผ่อนปรนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อการนำเข้าส่งออกสินค้าผ่านแดนได้ตามความจำเป็น และให้มีมาตรการป้องกันโรค เริ่ม 1 ก.ค.2563 ทำให้จนถึงวันที่ 7 ก.ค.2563 ได้มีการเปิดด่านเพิ่มแล้ว 12 จุดได้แก่ ไทย-มาเลเซีย จำนวน 4 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรด่านบ้านประกอบ จ.สงขลา จุดผ่านแดนถาวรด่านบูเก๊ะตา จ.นราธิวาส จุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จุดผ่านแดนถาวรด่านตากใบ จ.นราธิวาส 

 






ไทย-เมียนมา จำนวน 6 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสินขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้ง จ.แม่ฮ่องสอน จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแสบ จ.แม่ฮ่องสอน จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) จ.กาญจนบุรี ไทย-สปป.ลาว จำนวน 1 จุด คือ จุดผ่อนปรนการค้าบ้านใหม่ชายแดน อ.สองแคว จ.น่าน และไทย-กัมพูชา จำนวน 1 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

 

 








"ปัจจุบันมีด่านที่เปิดแล้ว 37 จุด จากทั้งหมด 97 จุด โดยเป็นด่านถาวร 31 จุด จากทั้งหมด 42 จุด ด่านผ่อนปรนการค้าและท่องเที่ยว 4 จุด จาก 52 จุด ด่านผ่อนปรนพิเศษ 1 จุด และด่านชั่วคราว 1 จุด ถือว่ายังเปิดไม่มาก เมื่อเทียบกับด่านที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งกรมฯ จะผลักดันและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการเปิดด่านต่อไป โดยเฉพาะด่านถาวรที่เหลืออีก 11 ด่าน ซึ่งเป็นด่านติดกับเมียนมา และสปป.ลาว"นายกีรติ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด