ล่าสุดทาง นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.พรรคก้าวไกล ก้ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยระบุข้อความไว้ดังนี้....
ก่อนที่ผมจะมาเป็น ส.ส. ผมทำงานคลุกคลีกับงานสิ่งแวดล้อมมาก่อน
ผมติดตามประเด็นเรื่องสัตว์ที่เกี่ยวโยงกับระบบเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุขในประเทศไทยและในต่างประเทศมาพอสมควร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสัตว์ในไทยที่เกี่ยวข้องกับการทำมาค้าขายกับต่างประเทศ
ปัญหาและอุปสรรคที่ประเทศเราเผชิญหน้าในการค้าขายกับต่างประเทศ ไม่ว่าเรื่องกุ้ง ไก่ ปลา เนื้อสัตว์ และมาล่าสุดคือเรื่องลิงกับผลิตภัณฑ์มะพร้าว
จะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจใดๆก็ตามที่มีสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องถูกตั้งคำถาม
เหตุผลเพราะว่าปัจจุบันการทำธุรกิจในรูปแบบของความรับผิดชอบกำลังเป็นเรื่องที่บริษัทชั้นนำหลายๆประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เช่น การเข้าร่วมโครงการด้านสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare Policy) และเขาพยายามอย่างมากเพื่อนำบริษัทของตนเข้าสู่ระบบนั้น
และปัญหาเรื่องกระทิไทยก็ไม่ใช่ปัญหาแรกที่เราเผชิญมา เราโดน กดดันหนักหน่วงมาก่อนหน้านั้นแล้วทั้งเรื่องเรื่องกุ้งและปลา แม้กระทั่งเรื่องการส่งออกเนื้อสัตว์
เรื่องตลาดการส่งกะทิและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ทั่วโลกเขายอมรับในคุณภาพกะทิจากประเทศไทย ถึงแม้เราจะมียอดการค้ารองจากหลายประเทศในเอเซียเนื่องจากปริมาณพื้นที่การปลูกและปริมาณการผลิตที่น้อยกว่า แต่กะทิไทยได้รับความนิยมติดอันดับต้นๆที่มาพร้อมรายการเมนูอาหารไทยที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก
ในฐานะที่เป็นคนไทยผมภาคภูมิใจที่ได้เห็นสินค้าไทยตั้งอยู่บนแผงขายบนร้านสรรพสินค้าในต่างประเทศ และผมอยากให้มีสินค้าไทยมากมายหลายรายการไปขายตามที่ต่างๆทั่วโลก