เนชั่นทีวี

ข่าว

รู้เท่าทัน "เงินกู้นอกระบบ" ดอกโหดสูงสุด 300% ไม่นับโดนตีหัว

05 ก.ค. 2563 | pakorn_pue

รู้เท่าทัน "เงินกู้นอกระบบ" ดอกโหดสูงสุด 300% ไม่นับโดนตีหัว

จากเรื่องราวสุดดราม่าของพ่อค้าขายข้าวผัดปูวัย 62 ปี ถูกดักตีจนกะโหลกยุบ แม้จะไม่ตายแต่ร่างกายก็ไม่กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม โดยเจ้าตัวเชื่อว่าเป็นฝีมือของลูกน้องเจ้าหนี้เงินกู้นามว่า "ป้าร้อยล้าน" ที่ตนเองติดหนี้อยู่ หนำซ้ำคดีก็ไม่มีความคืบหน้า สะท้อนถึงอิทธิพลของเครือข่ายเงินกู้นอกระบบ แต่คนเราเมื่อถึงคราวเข้าตาจน เสียดอกเท่าไหร่ก็ต้องยอม ฉะนั้นวันนี้เรามา "รู้เท่าทัน" เงินนอกระบบกันดีกว่าว่ามีกี่ประเภท และคิดดอกโหดแค่ไหน เพื่อชั่งใจให้ดีก่อนตัดสินใจกู้

จากการตรวจสอบของ "เนชั่นทีวี" พบว่าเงินกู้นอกระบบที่พูดๆ กันอยู่ และกลายเป็นแหล่งเงินทุนใกล้มือของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยทั้งหลาย แยกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1.เงินกู้ทั่วไป โดยผู้ให้กู้จะเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยอัตราที่กฎหมายกำหนดคือไม่เกิน "ร้อยละ 15 ต่อปี" แต่นายทุนเงินกู้นอกระบบเรียกดอกเบี้ยกันจริงๆ สูงถึงร้อยละ 300 ต่อปี
เจ้าหนี้นอกระบบกลุ่มนี้ จะเป็นนายทุนระดับชุมชน พบได้ทั่วไปทั้งสังคมเมืองและชนบท วิธีการจะให้ผู้กู้เซ็นลอยสัญญากู้ หรือทำหนังสือมอบอำนาจโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือแม้แต่รถไถนาเอาไว้ เมื่อผู้กู้ค้างชำระ เจ้าหนี้ก็ยึดทรัพย์สินเหล่านั้นไป และส่วนใหญ่ก็ไม่คุ้มกับเงินต้นและดอกเบี้ยที่คิดในอัตราสูงลิ่ว

จากเงินกู้รูปแบบแรก ได้มีการต่อยอดพัฒนาเป็น "เงินกู้รายวัน" หรือที่เรียกว่า "เงินกู้ดอกลอย" คิดดอกเบี้ยร้อยละ 2-5 ต่อวัน มีแก๊งหรือบางแห่งต้องบอกว่ามี "กองกำลัง" ที่เรียกว่า "แก๊งหมวกกันน็อค" มาเรียกเก็บดอกจากลูกหนี้เป็นรายวัน ถ้าไม่จ่ายก็จะรุมทำร้าย
สาเหตุที่เรียกว่าแก๊งหมวกกันน็อค ก็เพราะพวกนี้จะขี่มอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อคตามทวงหนี้ รุมตีรุมทำร้าย แม้กล้องวงจรปิดจับภาพได้ก็ตามไม่ถูกว่าเป็นใคร เพราะใส่หมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า หนักกว่านั้นคือดอกเบี้ยที่จ่ายจะไม่ตัดเงินต้น คือคิดดอกเบี้ยแยกต่างหากช่องทางเดียวที่จะหลุดหนี้ได้ คือต้องนำเงินต้นทั้งหมดมาชำระคืนในคราวเดียวเท่านั้น
เงินกู้รูปแบบนี้ เป็นแบบเดียวกับที่ คุณลุงเจ้าของแผงค้าที่ตลาดนัดหน้าเซียร์รังสิตกู้จากเครือข่าย "ป้าร้อยล้าน" เมื่อไม่ได้ส่งดอก และไม่นำเงินต้นทั้งหมดมาชำระคืน ก็โดนดักทำร้ายปางตาย
รูปแบบที่ 3 คือ เงินกู้แบบทบต้นทบดอก ความหมายก็คือแม้การผ่อนชำระจะดูเหมือนเป็นธรรม คือตัดทั้งต้นทั้งดอก แต่ดอกเบี้ยจะสูงมาก อยู่ในอัตราร้อยละ 20 ถึง 24 ต่อวัน วิธีการจ่ายดอก ไม่จ่ายเป็นรายวัน แต่ให้ชำระเป็นงวด เมื่อคิดสะระตะแล้ว ดอกเบี้ยของเงินกู้ประเภทนี้สูงถึงร้อยละ 300 ต่อปี!

แบบที่ 4 เป็นรูปแบบที่มาแรงไม่แพ้แบบอื่นในระยะหลังๆ คือ รูปแบบเงินกู้นอกระบบที่เป็นการ "อำพรางการกู้ยืมเงิน" รู้จักกันดีในชื่อ "เงินกู้เสาไฟฟ้า" เพราะมีการติดประกาศเชิญชวนให้กู้ตามเสาไฟฟ้าและตู้โทรศัพท์สาธารณะ รวมถึงตามสื่อสังคมออนไลน์
เงินกู้รูปแบบนี้จะมีการทำสัญญาเช่าซื้อเพื่ออำพรางการกู้เงินที่คิดดอกเบี้ยแบบผิดกฎหมาย เช่น ซื้อทอง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่าง มีทั้งแบบได้ของไปจริงและไม่ได้ของ ผู้ที่ปล่อยกู้บางรายก็เป็นบริษัทห้างร้านจริงๆ แต่ทำสัญญาอำพรางเป็นการเช่าซื้อ แล้วคิดดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และนายทุนบางรายก็มีแก๊งหมวกกันน็อคคอยตามทวงหนี้เหมือนกัน
การทำสัญญาอำพรางการกู้เงิน ถ้าเป็นในชนบทที่ลูกหนี้เป็นชาวนา ชวนสวน บรรดานายทุนยังนิยมทำเป็นสัญญา "ขายฝาก" ด้วย สัญญาแบบนี้ อ่านเผินๆ เหมือนจะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ไถ่คืนทรัพย์สินได้ แต่จริงๆ แล้วสัญญาเขียนซ่อนให้มีผลเป็น "ขายขาด" ไถ่คืนไม่ได้ เสียทั้งนา เสียทั้งเงินกันมามากแล้ว
เมื่อรู้แบบนี้ ใครที่จะตัดสินใจเป็นหนี้ ก็ตรึกตรองดูให้ดี ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...

ข่าวล่าสุด