ต่อมาตำรวจทราบว่า ไม่ใช่มีนายโจเพียงคนเดียวที่กำความลับแผนแหกคุกนี้ไว้ แต่มีนายท๊อป อายุ30ปี อีกคน ที่เป็นผู้ต้องหากรรโชกทรัพย์ ชาวจังหวัดนครสวรรค์ บ้านเดียวกันกับ
"พ.ต.ท.บรรยิน" อีกคน ที่มีความสนิทสนมกันในเรือนจำและได้รับการปล่อยตัวออกมาจากการประกันตัวเช่นเดียวกับนายโจ ตำรวจกองปราบจึงได้ตามไปจับตัวได้ก่อนนำมาสอบปากคำ
จากการสอบสวนของกองปราบยังพบรายละเอียดแผนการครั้งนี้อีกด้วยโดยวิธีการนั้นมีรูปแบบคล้ายกับหนังฟอร์มยักษ์ คือแผนจะเริ่มจากจะมีคนมาวางระเบิดข้างเรือนจำ จากนั้นจะล้มเสาธงชาติกลางลานสนามหญ้า เพื่อใช้ปีนหนีเมื่อออกมาได้จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับตัวอีกที
ภายหลังแผนการถูกเปิดโปง "พ.ต.ท.บรรยิน" ถูกย้ายไปคุมขังไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งทำให้เจ้าตัวรู้ทันทีว่าแผนแตกเสียแล้ว จนเกิดความเครียดถึงขั้นพยายามผู้คอตัวเองเพื่อหนีความผิด แต่ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ช่วยเหลือได้ทัน
ส่วนการสืบสวนทางคดีการวางแผนแหกคุกนั้น ก็ได้เริ่มต้นนับตั้งแต่แผนลับแหกคุกได้ถูกเปิดโปรง