"สมพงษ์" ฉะงบ 64 ไม่ตอบโจทย์ประเทศ
01 ก.ค. 2563 | oratai

ผู้นำฝ่ายค้าน "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" อภิปราย งบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 ว่า ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์ เชื่อ รัฐบาล กำลังนำประเทศไทย ไปสู่อีกวิกฤตที่ใหญ่กว่า คือ วิกฤตเศรษฐกิจ
ข่าว
01 ก.ค. 2563 | oratai

ผู้นำฝ่ายค้าน "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" อภิปราย งบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 ว่า ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์ เชื่อ รัฐบาล กำลังนำประเทศไทย ไปสู่อีกวิกฤตที่ใหญ่กว่า คือ วิกฤตเศรษฐกิจ
(1 กรกฎาคม 2563) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง สำหรับการบริหารประเทศในแต่ละปี และสำคัญมากขึ้นทวีคูณ สำหรับการบริหารประเทศในภาวะวิกฤตแบบที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ เพราะฉะนั้นการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 64 ต้องรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน และต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ และป้องกันมิให้ประโยชน์ ตกอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง บนความเสียหายของประเทศและประชาชน
ส่วนการจัดทำงบประมาณต้องให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และวิกฤตด้านสาธารณสุข ในปัจจุบัน รัฐบาลรับมือโดยการใช้มาตรการที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และกำลังจะนำประเทศไทยไปสู่อีกวิกฤตหนึ่ง ซึ่งใหญ่โตกว่ามาก นั่นคือวิกฤตเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากโควิด-19 แตกต่างจากวิกฤตครั้งที่ผ่านๆ มา เพราะเกิดกระทบพร้อมกันทุกภาคส่วน ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ จนถึงขนาดเล็ก ตั้งแต่ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร และกระทบไปทั่วโลกพร้อมกันประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อยในด้านการระบาดของโรค แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ติดอันดับต้นๆ ของโลก ที่เกิดจากมาตรการที่ผิดพลาดของรัฐบาล เป็นมาตรการที่มีต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็น โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ GDP ปี 63 จะหดตัวติดลบ 8.1%
ส่วนก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และ พ.ร.ก.เกี่ยวกับมาตรการทางการเงินอีก 2 ฉบับ รวมถึง พ.ร.บ. โอนงบ 63 เพื่อรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่เขาเองเห็น ว่า รัฐบาลใช้มาตรการแบบสักแต่ว่าได้ทำ แต่ไม่มองถึงประสิทธิภาพความผิดพลาด และช่องโหว่ และเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ธุรกิจล้มกันระยาว แรงงานตกงานมหาศาล และกำลังจะลามถึงสถาบันการเงินในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม การจัดทำงบประมาณเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ที่ต้องมุ่งแก้ไขผลกระทบต่อความผิดพลาดของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ต้องรองรับ คนตกงานจำนวนมหาศาล ต้องสร้าง การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะกลาง ระยะยาวได้ และต้องแตกต่างจากภาวะปกติ เพราะประเทศอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่งบประมาณ ปี 64 ไม่ได้ตอบโจทย์ ไม่ได้ปรับให้เหมาะกับสภาวการณ์วิกฤต และยังถูกจัดสรรแบบโบราณ ขาดการมองไปที่ภาพใหญ่ ทำเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพรรคฝ่ายรัฐบาล
"งบประมาณฉบับนี้ก็เรียกได้ว่า สักแต่ทำให้เสร็จๆ ซึ่งเป็นอันตรายกับประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเช่นนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงต่อคำถามข้างต้น และหากไม่นำกลับไปแก้ไข ผมไม่อาจจะสนับสนุบงบประมาณฉบับนี้ให้ผ่านไปได้"นายสมพงษ์ กล่าว