เนชั่นทีวี

ข่าว

ปชช.ตื่นตัวปลูกต้นไม้ หวังมีรายได้

01 ก.ค. 2563 | pantipa_jit

ปชช.ตื่นตัวปลูกต้นไม้ หวังมีรายได้

โฆษกกรมป่าไม้ เผย ประชาชนสนใจเดินทางมาขอรับกล้าไม้ไปปลูก โดยเฉพาะที่สถานีเพาะชำกล้าไม้บ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น หลังจากการที่รัฐบาลได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 โดยการปลดล็อคมาตรา 7 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับไม้หวงห้าม ให้สามารถปลูกและตัดขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้ประชาชนสามารถมีรายได้ในอนาคตจากไม้มีค่า

นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวว่าจากกรณีที่มีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจมาขอรับกล้าไม้จากกรมป่าไม้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สถานีเพาะชำกล้าไม้บ้านฝางจังหวัดขอนแก่น มีประชาชนเดินทางมายังสถานีเพาะชำ ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ซึ่งทางสถานีเพาะชำกล้าไม้บ้านฝาง ได้มีการวางระเบียบแนวทางในการขอรับกล้าไม้ของทางสถานี

เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรการแนวทางปฏิบัติในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) ของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (ศบค.) โดย ประชาชนทุกรายที่เดินทางมาขอรับกล้าไม้จะได้รับบัตรคิวพร้อมทั้งแจ้งวันเวลาในการเดินทางเข้ามารับกล้าไม้เพื่อเป็นการลดความแออัดโดยที่ประชาชน 1 ราย สามารถขอรับกล้าไม้ได้คนละไม่เกิน 300 ต้น และทางสถานีกำหนดแจกบัตรคิวจำนวน 200 คิวต่อวัน


ปชช.ตื่นตัวปลูกต้นไม้ หวังมีรายได้

ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22-26 มิถุนายน ในระยะเวลา 5 วัน ปรากฏว่ามีจำนวนประชาชนสนใจเดินทางมาขอรับกล้าไม้ทั้งสิ้นจำนวนกว่า1,500 ราย มีกล้าไม้ที่จะแจกจ่ายออกไปให้กับประชาชนจำนวนมากกว่า450,000 ต้น โดยต้นไม้ที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการขอรับกล้าไม้ไปปลูกได้แก่พะยูง ยางนา ประดู่ มะค่าโมง ตะเคียนทอง เป็นต้นและทางสถานีเพาะชำกล้าไม้จะเริ่มแจกจ่ายกล้าไม้ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อรอให้กล้าไม้มีความแข็งแรงสมบูรณ์เจริญเติบโตได้ขนาดเป็นกล้าไม้พันธุ์ดี ซึ่งกรมป่าไม้กำหนดและควบคุมมาตรฐานของกล้าไม้ให้ได้ทั้งขนาดอายุที่เหมาะสม


โดยต้องเป็นกล้าไม้ที่มีขนาด30เซนติเมตร และอายุประมาณ4-5เดือน ซึ่งเป็นกล้าไม้ที่มีความแข็งแรง และความสมบูรณ์เหมาะแก่การนำไปปลูก เพื่อให้กล้าไม้มีโอกาสในการเจริญเติบโตสูงขึ้น เพื่อที่จะส่งมอบให้กับประชาชนนำกลับไปปลูกให้เจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยกำหนดการเดินทางเข้ามารับกล้าไม้ต่อวัน จำนวน80คิว แบ่งเป็น2ช่วง ในช่วงเช้า40คิว และช่วงบ่าย40คิว เพื่อเป็นการลดความแออัดของประชาชนที่มารอรับกล้าไม้และเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19)


ปชช.ตื่นตัวปลูกต้นไม้ หวังมีรายได้

โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การตื่นตัวของประชาชนที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 โดยการปลดล็อคมาตรา 7 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับไม้หวงห้ามที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม โดยปลดล็อคไม้หวงห้าม จำนวน 158 ชนิดเช่น ไม้สัก ไม้ยาง ไม้พะยูง และไม้หายาก จำนวน 13 ชนิด เช่นกระเบา มะแข่น จันทน์หอม ตีนเป็ดแดง เป็นต้น


ให้สามารถปลูกและตัดขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเป็นการช่วยเสริมให้ประชาชนสามารถมีรายได้ในอนาคตจากไม้มีค่า ช่วยเหลือประชาชนสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้ครัวเรือน นอกจากนี้ไม้ที่ปลูกสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเป็นมรดกให้กับครอบครัวในอนาคตอีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการบุกรุกและลักลอบตัดไม้ และเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ


ปชช.ตื่นตัวปลูกต้นไม้ หวังมีรายได้

นอกจากนี้กรมป่าไม้ยังมีระบบติดตามอัตราการรอดตายของต้นไม้ที่ปลูกโดยการลงทะเบียนไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์(e-tree)ผ่านเว็บไซด์กรมป่าไม้ www.https://fp.forest.go.th/rfd_app/rfd_survey_m7/app/index.php ลงชื่อเข้าใช้งานระบบ - กรมป่าไม้


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์(e-Tree) ได้ที่ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้โทร.02-5614292

ข่าวล่าสุด