เนชั่นทีวี

ข่าว

สภาฯแนะรัฐจัดสรรงบเพิ่มให้"กสศ."

26 มิ.ย. 2563 | chairat_pat

สภาฯแนะรัฐจัดสรรงบเพิ่มให้"กสศ."

"สภาผู้แทนราษฎร"เสนอรัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบปี 64 ใหม่ เพื่อเพิ่มให้ กสศ. แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านศึกษา ย้ำเงินเดิม 2.5 พันล้านบาท ถือว่าน้อยเกินไปสำหรับพัฒนาการเรียน

(27 มิถุนายน 2563) การประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณารับทราบรายงานประจำปีกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 2562 โดยมีนายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. เป็นผู้ชี้แจงทั้งนี้ สมาชิกส่วนใหญ่ มองว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้กับ กสศ. น้อยเกินไป ไม่สอดคล้องกับพันธกิจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงเสนอว่าในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ควรจัดงบประมาณให้กับกสศ.เพิ่มเติมมากขึ้น
นายสุภกร กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมว่า กสศ.เกิดขึ้นตามพ.ร.บ.กองทุนเสมอภาคการศึกษาดำเนินงานมาได้ 2 ปี โดยกสศ.ได้รับโจทย์จากคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ กลุ่มเป้าหมายจำนวน 4.3 ล้านคน แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ กสศ.จึงได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และด้อยโอกาสจำนวนรวมกันแล้วมากกว่า 1.4 ล้านคน จึงต้องขอบคุณ ส.ส.ที่มีการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้ กสศ.ทำให้เข้าไปลดความเหลื่อมล้ำผ่าน 9 โครงการสำคัญไปได้ระดับหนึ่ง

สภาฯแนะรัฐจัดสรรงบเพิ่มให้"กสศ."

ขณะที่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า กสศ.ดำเนินงานมา 2 ปี และเป็นกองทุนที่ดีมากในการช่วยเหลือลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่จากภารกิจของ กสศ. ในการดำเนินโครงการ 9 โครงการ เมื่อเทียบกับงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ กสศ. 2.5 พันล้านบาท ถือว่าน้อยเกินไป"งบประมาณเพียงเท่านี้น้อยเกินไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะโครงการทุนเสมอภาคปี 62 ใช้งบไป ค้นหานักเรียนยากจน โดย กสศ. จัดสรรค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ากจกรรม ให้ได้คนละสามพันบาทต่อปี หากหารออกมาตกวันละ 8 บาทกว่าต่อวัน ไม่คิดจะลดความเหลื่อมล้ำได้ ยิ่งมีสถานการณ์โควิดเข้ามายิ่งเห็นความเหลื่อมล้ำมากขึ้นเรื่อย เด็กยากจนที่กสศ.ช่วยแต่ละปีไม่เพียงพอ คนจนมากขึ้น" ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าว

สภาฯแนะรัฐจัดสรรงบเพิ่มให้"กสศ."

น.ส.สุทธวรรณ กล่าวต่อว่า ทุกโครงการ กสศ. มีประโยชน์แต่ได้รับงบประมาณสนับสนุนน้อยมากทุกโครงการ ย่อมทำให้ได้ประสิทธิภาพไม่ดีพอ ปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาใหญ่มาก แต่ได้รับงบประมาณแก้ปัญหาน้อย เหมือนคนป่วยต้องทานยาสองเม็ด แต่ตอนนี้ทานยาได้ไม่ถึงครึ่งเม็ด จึงอยากให้รัฐบาลสนับสนุนงงบประมาณ กสศ.

ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 จากประสบการณ์เมื่อปีที่แล้ว สภาฯตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ตัดลดบงบประมาณหมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งรัฐธรรมนูญธฉบับใหม่ ไม่สามารถนำไปให้กระทรวงทบวงกรมได้ เพราะผิดรธน. จึงนำไปให้องค์กรอิสระ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์
"ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ถ้ามีการปรับลดลงประมาณ ขอเสนอ ครม. สำนักงบประมาณฯ ช่วยนำเงินหมื่นล้าน ไปให้กสศ.ที่มีการบริหารงานได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพมีผลชี้วัดลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลในการส่งเสริม เยาวชนได้รับการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ" นายอัครเดช กล่าว
นายสำลี รักสุธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกต การจัดตั้งกองทุน กสศ. ลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือ โดยขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบ เด็กเรียนดีสอบได้ห้องกิฟท์ แต่ฐานะยากจน ไม่สามารถไปต่อได้ เพราะทางโรงเรียนเก็บค่าเล่าเรียนสองหมื่นบาทถือว่าสูงมาก นี่คือความไม่เสมอภาคทางการศึกษา ถ้าหากให้เกิดความเสมอภาค ต้องให้เด็กเข้าเรียนโดยไม่เก็บเงินมากมาย แต่สภาพการศึกษาไทยทำไม่ได้

สภาฯแนะรัฐจัดสรรงบเพิ่มให้"กสศ."


นอกจากนี้ กรณีครูจะย้ายแต่ละครั้งเกี่ยวข้องผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ ไม่มีหลักประกัน จะได้ย้ายตามต้องการ สภาพของโรงเรียนที่ขาดแคลนครูมีอยู่มากตามชนบทจะเกิดความเสมอภาคได้อย่างไร จึงไม่สนใจรายงานตัวเลขสวยหรูกับสภาพความเป็นจริงขัดแย้งกันมาก
พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ตั้งข้อสังเกต ว่า การดำเนินโครงการเชิงพื้นที่นำร่อง ไม่สัมพันธ์กับเชิงพื้นที่ จึงอยากเสนอความเห็นการจะออกแบบสิ่งใหม่ๆ หลักการต้องเอาต้นแบบที่ยากๆไว้ก่อน ไม่ใช่เอาจากง่ายๆก่อน จึงควรเลือกหาพื้นที่โรงเรียนต้นแบบต่อไป
ส่วนการเพิ่มศักยภาพให้ครูมากที่สุด คือ สร้างแรงจูงใจ แต่ถ้าครูได้รับสวัสดิการไม่ดีพอ ไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง แรงจูงใจเพื่อพัฒนาให้นักเรียนก็จะน้อยลง โครงการอบรมครู ทั้งที่ครูไม่อยากเรียน มีประโยชน์แค่ไหน พัฒนาได้จริงหรือไม่ สิ่งที่มีผลมากที่สุด ครูต้องมีสวัสดิการที่ดีพอรู้สึกมั่นคงในชีวิต ซึ่งครูจากเมืองและชนบทมีต้นทุนต่างกัน บางพื้นที่เกี่ยงกันไปอยู่ก็เป็นสาเหตุความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ รัฐบาลควรพิจารณาค่าตอบแทนกับครูสำหรับโรงเรียนน่าไปอยู่น้อยควรได้รับค่าตอบแทนมากขึ้น
ด้าน นายจักรพันธ์ พรนิมิต ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของการศึกษายุคปัจจุบัน คือ การสร้างโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างมีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน การจัดตั้ง กสศ. เป็นเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับประเทศ เมื่อตอนต้นปี ประธานบอร์ด ให้สัมภาษณ์ไว้ว่ามีความตั้งใจใช้รูปแบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า มาใช้กับการศึกษาไทย ตนเห็นด้วย 100%
ทั้งนี้ ปัญหาสาธารณสุขกับการศึกษามีปัญหาคล้ายๆกันมาก่อน จะทำอย่างไร ให้คนเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเท่าเทียม ปริมาณและคุณภาพต้องไปด้วยกันอย่างไรก็ตาม ขอสอบถาม กสศ. ในสองประเด็น ภารกิจ กสศ. จะทำเฉพาะโครงการนำร่อง ชี้เป้าให้หน่วยงานหลักนำผลทดลองไปปรับใช้นการบริหารจริง อยากถามว่าในระยะเวลาสองปีจากโครงการที่แล้วถึงปัจจุบัน หน่วยงานหลักนำไปใช้หรือยัง แล้วมีผลเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
ต่อมาประเด็นที่สอง โครงการต้นแบบศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อยากฝากว่าในช่วงวิกฤตโควิด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดอปท.สองหมื่นกว่าศูนย์ มีเด็กสังกัด 9 แสนกว่าคน ไม่ได้รับ นม และอาหารเสริม กสศ.ควรดำเนินการโครงการต้นแบบกับอปท. ในการให้นักเรียนสามารถเข้าถึงอาหารกลางวันและอาหารเสริมด้วย

นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนบังคับให้รัฐบาลจัดให้คนไทยทุกคน ต้องจัดรูปแบบการศึกษานอกโรงเรียนเข้าไปสอนจบการศึกษาภาคบังคับได้ แต่นี่ใช้วิธีการยุบโรงเรียขนาดเล็กถือว่าไม่ถูกต้อง

สภาฯแนะรัฐจัดสรรงบเพิ่มให้"กสศ."


ด้าน นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. ตอบประเด็นข้อซักถามของสมาชิกสภาฯ ว่า ประธาน กสศ. ได้กำชับ กสศ. ว่าแม้เป็นกองทุนขนาดเล็กแต่ได้ทำงานน่าเป็นปัญหาใหญ่มากที่สุดของประเทศ จึงไม่ตั้งเป้าในระดับต่ำ โดยอยากให้การศึกษาเป็นเครื่องมือตัดวงจรอุบาทว์ ในการที่ครอบครัวยากจนส่งผ่านเจนเนอเรชั่นหนึ่งไปอีกเจนเนอเรชั่นหนึ่ง
ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า จากการที่ส.ส. ซักถาม กสศ.ดำเนินโครงการเพื่อนำร่องให้หน่วยงานนำไปใช้ มีตัวอย่างที่หน่วยงานนำไปใช้หรือไม่ นั่นก็คือ กระบวนการคัดกรองความยากจนเพราะถ้าไม่มีการคัดกรองตามผลวิจัยกสศ.ก็จะเป็นเรื่องที่ตอบยาก
"ก่อนหน้านี้ 4 ปี จำนวนนักเรียนยากจนของศธ.มีจำนวน 4 ล้านคนเมื่อเทียบเส้นความยากจนสภาพัฒน์ฯ จะเกินไปสองเท่า แต่เมื่อทำการวิจัยร่วมกัน เกณฑ์คัดกรองลดลงมาได้ ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น นอกจากหน่วยงานระดับชาติได้นำเครื่องมือดังกล่าวไปใช้ ก็ยังได้รับความร่วมมือหน่วยงานระดับจังหวัดในการประเมินขีดความสามารถของโรงรียน เช่น จ.ภูเก็ต เชียงใหม่ ที่อยู่ในโครงการ" นายสุภกร กล่าว
อย่างไรก็ตาม นโยบายบางประการ กสศ.ไม่มีบทบาทหน้าที่ทางนโยบาย ปัญหาความเหลื่อมล้ำบางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ กสศ.ไปไม่ถึงที่จะเปลี่ยนแปลง แต่มีผลวิจัย สัดส่วนงบยังไม่สัมพันธ์โดยตรงกับสภาพความเหลื่อมล้ำในแต่ละสถานศึกษา จึงจะจัดสรรทรัพยากรอย่างไรให้สัมพันธ์กันมากขึ้น
นายสุภกร กล่าวถึง นโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก กสศ.ไม่มีนโยบายว่าจะยุบหรือไม่ยุบ แต่โรงเรียนเล็กไม่ได้อยู่ในข่ายที่กสศ.ละเลย นั่นคือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล 1,500,2,000 โรงเรียน กสศ. เข้าไปทำงานและส่งเสริมให้มาเรียนครู และกลับไปพื้นที่ดูแลรุ่นน้องต่อไป ใช้เวลาพอสมควรสามถึงสี่ปี
เราไม่ได้รอให้เด็กจบแต่เข้าไปร่วมโรงเรียนพันกว่าโรงเรียนโดยตรง สร้างเครือข่ายคุรุทายาทที่เคยทำงานชนบท เข้าไปช่วยโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ ทั้งนี้ ก้าวต่อไปทำงานร่วมกับธนาคารโลกวิจัยว่าโรงเรียขนาดเล็กขาดอะไรอยู่และจะลงทุนอะไร เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดผลวิจัยจะออกมาเร็วๆนี้
กสศ.ได้รับการออกแบบ ให้มีการทำงานคล่องตัวพอสมควร แม้มีงบจำกัด ในช่วงโควิด ได้เกลี่ยงบประมาณ โดยเฉพาะงบอาหารกลางวัน สำหรับนักเรียนรอเปิดเทอม ให้กับโรงเรียนฐานะยากจน เจ็ดแสนกว่าคนทั่วประเทศ พยายามรวบรวมงบประมาณห้าร้อยล้านบาท ช่วยเด็ก รอเปิดเทอมอยู่

สภาฯแนะรัฐจัดสรรงบเพิ่มให้"กสศ."

นายสุภกร กล่าวว่า กรณีที่สภาแสดงความเป็นห่วงกสศ.ได้รับงบประมาณน้อย แต่เมื่อปีที่ผ่านมา สภาได้เพิ่มงบ ทำให้เริ่มต้นช่วยนร.ยากจนได้ 5 แสนคนจาก 2 ล้านคน เมื่อได้งบปี 2562 ได้ช่วยเหลือ 7 แสนคน ปี 2563 เพิ่มงบ 1,600 ล้านบาท ก็จะสามารถช่วยเหลือได้ถึง 9 แสนคน จะได้พยายามต่อไป
อย่างไรก็ตาม ประธานบอร์ด ปธ.ให้แนวคิดว่า งบที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ไม่จำเป็นต้องผ่านมา กสศ.ทั้งหมดก็ได้ แต่ให้พุ่งเป้าไปที่เด็ก ประชาชน ตรงนี้ เป็นข้อจำกัด เราได้งบหนึ่งในสิบ ที่น่าจำเป็นต้องใช้ เราช่วยครอบคลุม หนึ่งในหกกลุ่มเป้าหมาย ของจำนวนประชากรที่เดือดร้อนในขณะนี้ แต่จะมีงานวิจัยที่จะมีผลผลักดันต่อไป
ส่วนการเลือกพื้นที่กลุ่มตัวอย่าง ควรเลือกกลุ่มที่เดือดร้อนมากๆก่อน ตรงนี้ เป็นเรื่องจริงๆ บอร์ดกสศ.มีนโยบายแนวนี้ โดยกำหนดหลักการเมื่อได้งบจะช่วยใครก่อน ไปดูกลุ่มเดือดร้อนมากที่สุดไปช่วยก่อน กลุ่มที่ไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมาช่วย ประการต่อไปความพร้อมของหน่วยงาน ที่ร่วมกับกสศ. เป็นแนวทางเลือกพื้นที่
"เห็นได้จาก 9 โครงการใหญ่ กสศ.ใช้วิธีประกาศเชิญชวนหน่วยงานเข้าข่ายเสนอตัวเสนอเข้ามา ร่วมงานกับกสศ.ถ้าหน่วยงานในพื้นที่ไม่สนใจแล้วกสศ.ไปผลักดันข้างเดียวไม่น่าประสบผลสำเร็จ องค์ประกอบของการคัดเลือก เจ้าของพื้นที่เสนอโครงการเข้ามา เป็นหลักประกันเจ้าของร่วมมือด้วยก็เป็นปรบมือสองข้าง ถ้ากสศ.ดันฝ่ายเดียวจะไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเจ้าของพื้นที่เสนอโครงการเข้ามา ถ้าตรงนั้น ไม่มีนักเรียนยากจน ไม่มีกลุ่มเป้าหมายพอสมควรเราไม่ได้เลือก จึงต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมด" นายสุภกร กล่าว
นายสุภกร กล่าวตอนท้ายว่า งบประมาณที่ได้รับคิดเป็นหนึ่งเปอร์เซนต์ของงบการศึกษาทั้งหมด จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สุงสุด จึงพยายามไม่ไปทำซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น โดยพยายามออกแบบโครงการทำงานกับโรงเรียนเล็กที่อยู่ตามป่าเขาตามดอย ตามเกาะ ที่ไม่มีใครไปช่วยแล้วการทำงานในลักษณะนำเด็กมาเรียนครูไปสอนอีกสี่ปีข้างหน้า แนวทางนี้สำรวจแล้วไม่มีหน่วยงานไหนทำเช่นเดียวกับแปดโครงการ

ข่าวล่าสุด