สงครามที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1950-1953 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ล้านราย ทั้งในส่วนของทหารและพลเรือนของทั้งสองฝ่าย ทำให้ครอบครัวมากมายต้องถูกแบ่งแยกไปตลอดกาล ขณะที่ทำให้มีเด็กกำพร้าจำนวนมากในสงครามครั้งนี้ 63 ประเทศต่างก็ส่งทหารมาร่วมรบ หรือส่งความช่วยเหลือให้กับฝ่ายใต้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย ที่ส่งทหารไปช่วยรบด้วย
เมื่อวาน ในช่วงเช้า บรรดาทหารผ่านศึกเกาหลีใต้ ได้ไปชุมนุมกันที่เมืองแบงมาโกจิ ใกล้ ๆ กับพรมแดนเกาหลีเหนือ เพื่อร่วมรำลึกในโอกาสนี้ โดยงานนี้ บางคนก็วิพากษ์วิจารณ์เกาหลีเหนือ แต่ก็หวังที่จะเห็นสันติภาพในคาบสมุทร และในความหวังที่จะนำสันติภาถาวรมาสู่คาบสมุทร พวกเขาได้ส่งจดหมายถึงสี จิ้นผิง ผู้นำจีนให้ช่วยทำให้ข้อตกลงหยุดยิงของสองเกาหลี ให้กลายเป็นการจบลงอย่างเป็นทางการของสงคราม
แม้จะเป็นวันครบรอบครั้งสำคัญ แต่ปัญหาจากไวรัสก็ทำให้งานนี้ต้องลดระดับลงทั้งในฝั่งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ อย่างพิธีในช่วงเย็นที่กรุงโซล ก็มีผู้มาร่วมงานแค่ราว 300คน เทียบกับ 4,000 คนที่มาร่วมงานรำลึกปีที่แล้ว ในส่วนของเกาหลีเหนือเอง ก็รำลึกวันครบรอบปีนี้ด้วยการที่ผู้คนไปเยือนสุสานแห่งหนึ่ง และบทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์
งานนี้ ประธานาธิบดีมูล แจอิน ของเกาหลีใต้ ออกมาเรียกร้องให้มีการยุติสภาวะสงครามในคาบสมุทร โดยบอกว่า เนื่องจากสงครามไม่เคยจบลง ทำให้ไม่สามารถรำลึกสงครามเกาหลีในแบบที่ควรจะเป็น ขณะที่เกาหลีใต้ก็ออกแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐ ตอกย้ำเรื่องความมุ่งมั่นในการสร้างความเข้มแข็งในการเป็นพันธมิตรระหว่าง 2 ประเทศต่อไป
หนึ่งในพิธีที่มีขึ้นเมื่อวาน ก็รวมถึงพิธีส่งศพของทหารเกาหลีใต้ 147 นาย และทหารสหรัฐ 6 นายกลับบ้าน ศพเหล่านี้ถูกพบภายใต้โครงการร่วมกันค้นหาระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ ขณะที่ผู้นำ 22 ชาติที่เข้าร่วมช่วยเหลือเกาหลีใต้ในการทำสงคราม ก็ส่งวีดีโอมาร่วมในพิธีรำลึกนี้ด้วย