"แต่ปรากฏว่าพวกเขาแพ้ทำไม่สำเร็จ คนที่ทำการปฏิวัติไม่สำเร็จจึงเรียกว่ากบฏ ลองไปตรงถนนพหลโยธินจะมีถนนวงเวียนอยู่ตรงนั้น วงเวียนนั้นเป็นอนุสาวรีย์ที่แสดงว่าคณะราษฎร์เอาชนะกบฏบวรเดช แต่ในวันที่ 24 มิถุนายน 2563 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กองทัพบกให้มีการรำลึกถึง 2 ท่านนี้ ให้มองเห็นว่า 2 ท่านนี้คือทหารประชาธิปไตยที่ไม่เห็นด้วยกับการปกครองของเหล่าบรรดาคณะราษฎร์ตอนนั้นที่มีลักษณะเป็นเผด็จการไม่ได้เป็นประชาธิปไตยและจาบจ้วงล่วงละเมิดพระมหากษัตริย์"
"เป็นครั้งแรกนะตั้งแต่ 2475 จนถึง 2563 ยังไม่เคยมีการบันทึกถึงทหาร 2 ท่านนี้เลย แต่เมื่อ 24 มีนาคม 2563 เป็นครั้งแรกที่เราเห็นตรงนี้ เพื่อให้เห็นว่าหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองยังมีทหารประชาธิปไตยที่เห็นว่าคณะราษฎร์ที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยแต่ไม่เป็นประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ แทนที่จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่พระยาทรงสุรเดชซึ่งเป็นคนวางแผนต้องการดำรงไว้ ปรากฏว่าพวกเขาจาบจ้วงล่วงละเมิดพระมหากษัตริย์ในหลายๆ ครั้งหลายๆ ครา จึงต้องลุกขึ้นมาเป็นกบฏและในที่สุดก็พ่ายแพ้"
จุดจบคณะราษฎรแต่ละคนจบไม่สวย ?
"เพราะว่าเขาแย่งอำนาจกัน อยากเป็นนายกฯ อยากเป็นใหญ่"
ก่อนหน้านี้ร่วมมือกันมาก่อนทำไมมาแย่งกันทีหลัง?
"ก็เพราะว่าอำนาจเป็นสิ่งที่หอมหวล เวลาที่เขารวมตัวกันตอนนั้นก็เหมือนเขามีเป้าหมายเดียวกันคือเปลี่ยนแปลงการปกครองแต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ต้องมีตำแหน่ง มีประธานสภา มีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้ก็มีคนนั้นอยากเป็นคนนี้อยากได้ พระยามโนปกรณ์นิติธาดาถูกแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีคนแรก ท่านได้รับเลือกขึ้นมา แต่ท่านก็อยู่ได้แป๊บเดียวก็มีการปฏิวัติทำให้ท่านต้องออกไปนอกประเทศ ต่อมาพระยาพหลขึ้นมา ในที่สุดคนนั้นต้องหนีออกไปนอกประเทศคนนี้หนีไปอยู่เมืองนั้นเมืองนี้ หลายคนไม่ได้ตายในประเทศไทยเพราะเขาแย่งอำนาจกันอย่างมากมาย ทีนี้หลังจากที่เกิดเหตุอย่างนี้แล้วปรากฏว่าที่รับรู้เรื่องของ 2475 เป็นเฟสที่ 3 คือมีคนปลุกผี 2475 ขึ้นมา โดยพยายามบอกว่า 2475 ต้องการเอาอำนาจใส่มือประชาชน แต่ตอนนั้นอำนาจยังไม่ถึงมือประชาชน ก็ไปอยู่ในมือคณะราษฎร์ แต่สำหรับรุ่นหลังเขาไม่ได้บอกว่าอยู่ที่คณะราษฎร์เขาขึ้นไปข้างบนเลย"
"ฉะนั้นการรับรู้ 2475 ในช่วงหลังคือมีคนตั้งใจจะสานต่อ 2475 ในความหมายที่ว่าต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยด้วยการที่ไม่เอาสถาบันอันนี้พี่ว่าเรารับกันไม่ได้เลย เพราะจริงๆ แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์เคียงคู่ประเทศไทยมา เรารุ่งเรืองอยู่กันร่มเย็นเพราะมีสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ๆ เฮ้ย 2475 ที่เรารู้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นการแย่งอำนาจกันระหว่างคนเป็นใหญ่มาถึง 2475 ที่เขากำลังพูดกันในตอนนี้คือเขาต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง รับไม่ได้ตรงนี้"
"และตอนนี้เขาก็ปลุกบรรดาเยาวชนทั้งหลายด้วยการปลุก 2475 มาอยู่ที่ประชาชนอย่างนั้นอย่างนี้ มีการอภิปรายปาฐกถา มีการให้สัมภาษณ์ มีการเขียนหนังสือต่างๆ มากมาย สุดท้ายเหล่าบรรดานักวิชาการทั้งหลาย พลโทนันทเดชก็ดี ท่านรับไม่ได้ต้องออกมาชี้แจงว่าอะไรคืออะไร ส่วนใหญ่ที่ท่านชี้แจงก็เป็นเฟส 2 ที่เล่าให้ฟังไปก่อนหน้านี้ เขาแย่งอำนาจกันไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เขาจาบจ้วงสถาบัน ทีนี้ที่อาจารย์ธนเดชเอามาเป็นคำพูดของท่านปรีดีที่พูดถึงตัวท่านเอง ท่านเป็นนักเรียนที่สอบได้ที่ 1 ที่ฝรั่งเศส ท่านเป็นคนที่เก่งมาก ท่านบอกว่าตอนที่ท่านคิดตอนนั้นท่านคิดตามทฤษฎี ท่านเรียนมาท่านคิดตามทฤษฎีแต่ท่านยัง