สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมพลังงานสร้างชาติร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัดเพื่อเตรียมแผนงานในการใช้พลังงานเพื่อการลดค่าครองชีพและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ประชาชน หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ซึ่งเบื้องต้นประเมินไม่ต่ำกว่าระดับแสนล้านบาทที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
สำหรับแผนงานจะเป็นระยะสั้น 3-6 เดือนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ที่คาดว่าจะสามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรี เห็นชอบแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าปรับปรุงครั้งที่ 1 ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 63 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำหนังสือเวียนให้หน่วยงานต่างๆ รับทราบ จากนั้นเมื่อเข้า ครม.ก็จะดำเนินการเปิดรับซื้อไฟฟ้าระยะแรก 100 เมกะวัตต์ และเมื่อครบเป้าหมาย 700 เมกกะวัตต์ จะเกิดการลงทุนและสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 10,000 คน
สำหรับนโยบายในการส่งเสริมให้นำงานด้านพลังงานมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่งบปี 2563 มีวงเงิน 5,600 ล้านบาท โดยงบส่วนหนึ่งประมาณ 3,600 ล้านบาท จะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดจากผลกระทบโควิด-19 รองรับการท่องเที่ยวฟื้นตัวหลังโควิด-19
ส่วนมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนช่วงโควิด-19 รวมกว่า 40,500 ล้านบาท โดยจะลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและภาคธุรกิจ ตรึงราคาแก๊สหุงต้ม โดยใช้งบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนถึง ก.ย.63 และกำลังจะพิจารณาขยายถึง ธ.ค.63 รวมถึงการตรึงราคา NGV สำหรับรถโดยสารสาธารณะ และมาตรการยกเว้นเก็บอัตราค่าไฟขั้นต่ำถึง กันยายนนี้