เนชั่นทีวี

ข่าว

คดีฮุบธรณีสงฆ์ เมืองจันทฯ! สำนวนคดี 5 พันหน้า ส่งอัยการแล้ว

25 มิ.ย. 2563 | sitthichai_nak

คดีฮุบธรณีสงฆ์ เมืองจันทฯ! สำนวนคดี 5 พันหน้า ส่งอัยการแล้ว

พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ส่งสำนวนและความเห็นสั่งฟ้อง 2 ผู้ต้องหา คดีฮุบที่ดินธรณีสงฆ์ 3,800 ไร่ ของมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุ จังหวัดจันทบุรี ให้อัยการพิจารณา โดยมี จำนวน 12 แฟ้ม 5,585 หน้า ซึ่งมีเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยคดีนี้มีผู้ต้องหา 2 คน คือ นายบุญช่วย เจริญสถาพร และนายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร

ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) วันที่ 25 มิ.ย.2563 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม(รอง ผบก.ป.) พร้อมพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2(กก.2 บก.ป.)นำสำนวนคดีข้อพิพาทที่ดิน 3,800 ไร่ ของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่ จ.จันทบุรี มูลค่า 2,430 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของที่ดินที่แท้จริงได้มาแจ้งความดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2561 หลังจากองปราบปรามรับไว้เป็นคดีอาญาที่ 21/2561 และได้มีการสืบสวนสอบสวนเรื่อยมา
ในสำนวนคดี จำนวน 12 แฟ้ม 5,585 หน้า ซึ่งมีเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของมูลนิธิ, เอกสารทางราชการ, พยานวัตถุ, และสำนวนการสอบคำให้การพยานบุคคลมากกว่า 122 ปาก นำส่งให้ทางอัยการตรวจสอบสำนวนคดี เพื่อมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หรือสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และใช้ในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยมีผู้ต้องหา 2 คน คือนายบุญช่วย เจริญสถาพร และนายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร ในข้อหาร่วมกันยักยอก, ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน , และร่วมกันเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีแพ่งและคดีอาญา ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและไม่ขอให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน

พ.ต.อ.เอนก เปิดเผยว่า ในสำนวนคดี มีพยานหลักฐานการกระทำความผิดของผู้ต้องหาอย่างชัดเจน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่ได้จากการบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศ เพื่อมอบให้ทางมูลนิธิฯนำใช้ประโยชน์ในกิจการสงฆ์และทางพุทธศาสนา แต่กลุ่มผู้ต้องหากลับนำไปใช้ผิดประเภท จนนำไปสู่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นภายในบริเวณศาลจังหวัดจันทบุรี
หลักฐานสำคัญเป็นเอกสารของทางราชการที่สนับสนุนและสอดคล้องไปกับคำให้การของพยาน ที่พนักงานสอบสวนสอบคำให้การ ซึ่งทั้งหมดให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันกระทำความผิด
ทั้งนี้ มั่นใจว่าพยานหลักฐานในสำนวนคดีนี้ จะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ทั้งหมด โดยหลังจากนี้หากทางอัยการมีความเห็นใดๆ ให้สอบสวนในประเด็นใดเพิ่มเติม ก็จะเร่งหาพยานหลักฐานไปประกอบในสำนวนเพิ่มให้ เพื่อให้การดำเนินคดีเกิดความรอบคอบและรัดกุมมากที่สุด ส่วนเรื่องที่ทางผู้ต้องหาจะแก้ต่างในชั้นศาลอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของทางฝั่งอัยการที่จะซักค้านในชั้นศาล แต่เชื่อว่าสำนวนคดีที่ทำไปมีความรัดกุมและเพียงพอต่อการต่อสู้ในชั้นศาลแล้ว

ข่าวล่าสุด