เนชั่นทีวี

ข่าว

"ความไม่เท่าเทียมกัน" คร่าชีวิตหญิงอินเดีย ผู้ติดเชื้อโควิด-19

23 มิ.ย. 2563 | Ekkapon

"ความไม่เท่าเทียมกัน" คร่าชีวิตหญิงอินเดีย ผู้ติดเชื้อโควิด-19

ขณะที่สถิติทั่วโลกระบุว่าผู้ชายมีโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโรคโควิด-19 และมีอาการรุนแรง รวมถึงมีโอกาสเสียชีวิตกว่าผู้หญิง แต่สถิติที่อินเดียกลับสวนทางกับหลายประเทศทั่วโลก ผู้หญิงอินเดียกลับมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19แล้วเสียชีวิตมากกว่าผู้ชาย

ปัจจุบันอินเดียเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก และอันดับที่ 1 ของเอเชีย  ซึ่งไม่แปลกในมุมมองที่อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน และยังมีหลายพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัยกันอย่างแออัด ทำให้ยากต่อการควบคุมการแพร่ระบาด แต่สิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจตอนนี้คือสถิติผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอินเดีย ที่ปรากฎว่าผู้หญิงในอินเดียกลับมีโอกาสเสียชีวิตหลังติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าผู้ชาย

"ความไม่เท่าเทียมกัน" คร่าชีวิตหญิงอินเดีย ผู้ติดเชื้อโควิด-19


โดยสถานการณ์ในอินเดียตอนนี้ มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 440,000 คน และผู้เสียชีวิตราว 14,000 คน จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด เป็นผู้ติดเชื้อเพศชายถึง 66% ผู้ติดเชื้อเพศหญิง 34% แต่พอมาดูที่ยอดผู้เสียชีวิตกลับพบว่า จากจำนวนผู้ติดเชื้อเพศชายทั้งหมดมีเพียง 2.9% ที่เสียชีวิต ขณะที่จากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อผู้หญิงทั้งหมดมีอัตราการเสียชีวิตถึง 3.3%
ข้อมูลดังกล่าวทำให้สถานการณ์ของอินเดียสวนทางกับสถิติรวมถึงงานวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น จีน สหรัฐ หรืออิตาลี ที่ต่างระบุข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน ว่าผู้ชายเป็นเพศที่มีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากกว่าผู้หญิง ยกตัวอย่างในประเทศไทยเองกระทรวงสาธารณสุขก็เคยออกมาเปิดเผยว่าผู้ชายมีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตสูงกว่าผู้หญิงถึง 4 เท่า และมีผลการศึกษามากมายที่พยายามหาสาเหตุว่าทำไมผู้ชายถึงมีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ชายมีกิจกรรมที่ทำลายสุขภาพอย่างการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่มากกว่า มีแนวโน้มเป็นโรคประจำตัวแทรกซ้อนจำพวกความดันโลหิต โรคปอดเรื้อรัง และโรคหัวใจมากกว่า ไปจนถึงความแตกต่างทางฮอร์โมนที่ทำให้ผู้หญิงมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสบางสายพันธุ์ได้มากกว่าผู้ชาย ซึ่งเป็นเหตุเป็นผลทีพิสูจน์และยอมรับได้ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์

ปัจจัยผู้ชายทั่วโลกเสี่ยงติดเชื้อ-เสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่าผู้หญิง
- ผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่มากกว่า
- ผู้ชายมักเป็นโรคประจำตัวแทรกซ้อน
- ผู้หญิงมีฮอร์โมนที่ทำให้มีภูมิคุ้มกันมากกว่า

"ความไม่เท่าเทียมกัน" คร่าชีวิตหญิงอินเดีย ผู้ติดเชื้อโควิด-19


แต่สาเหตุที่ผู้หญิงในอินเดียถึงมีโอกาสเสียชีวิตจากโควิด-19 สูงกว่าผู้ชาย  ไม่ได้เกิดจากหลักวิทยาศาสตร์ ฮอร์โมน หรือภูมิคุ้มกัน แต่เกิดจากพื้นฐานสังคมของอินเดียที่ยังคงมีความไม่เท่าเทียมทางเพศ เริ่มมาตั้งแต่ความความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นในครอบครัวที่กำหนดให้การดูแลผู้ชายที่เป็นเสาหลักในการทำงานหาเงินเข้าบ้านเป็นเรื่องสำคัญกว่า ทำให้หากสมาชิกในครอบครัวมีอาการป่วย สมาชิกที่เป็นผู้ชายจะถูกจัดอันดับความสำคัญที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นอันดับแรก และผู้หญิงอินเดียจำนวนมากเลือกที่จะปกปิดอาการป่วยและไม่ไปพบหมอ เพราะรู้สึกไม่สบายใจที่จะทำให้คนอื่นรับรู้ว่าตนเองเจ็บป่วยหรือไม่สบายซึ่งจะทำให้พวกเธอถูกมองว่าไม่สามารถดูแลงานบ้านและครอบครัวได้อย่างเต็มที่ / อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือความไม่เท่าเทียมด้านระบบสาธารณะสุข ที่ปัจจุบันก็แทบจะมีเตียงไม่พอรองรับผู้ป่วยทั้งหมดอยู่แล้ว ทำให้ผู้ชายมีโอกาสเข้าถึงการรักษาและการได้รับตัวยาที่ดีกว่า ในขณะที่ผู้หญิงต้องรับการรักษากับแพทย์ที่เป็นผู้หญิงเท่านั้นซึ่งมีจำนวนน้อยมาก
----------------------------

ปัจจัยผู้หญิงอินเดีย เสี่ยงเสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่าผู้ชาย
ความไม่เท่าเทียมในครอบครัว
- ผู้หญิงได้รับความสำคัญน้อยกว่า
- ผู้หญิงต้องปกปิดอาการป่วย
ความไม่เท่าเทียมด้านด้านระบบสาธารณะสุข
- ผู้ชายเข้าถึงการรักษาที่ดีกว่า

"ความไม่เท่าเทียมกัน" คร่าชีวิตหญิงอินเดีย ผู้ติดเชื้อโควิด-19


แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญที่ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าการที่ผู้หญิงอินเดียมีอายุยืนกว่าผู้ชาย ทำให้ประชากรผู้สูงอายุซึ่งเป็นวัยที่อ่อนไหวต่อการติดเชื้อไวรัสในอินเดียส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตหลังการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความไม่เท่าเทียมที่ฝังรากลึกในสังคมถือเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อการควบคุมการแพร่ระบาด ไม่ต่างกับกรณีของสหรัฐที่ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า ตราบใดที่ยังมีผู้ติดเชื้อไม่ว่าจะเพศใดเชื้อชาติไหนที่ไม่ได้รับการเยียวยารักษาอย่างเท่าเทียม คนเหล่านี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสในสังคมต่อไป

ข่าวล่าสุด