เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาต ขยายเวลาตรวจพยานหลักฐาน "บรรยิน" คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เป็น60วัน

22 มิ.ย. 2563 | Ekkapon

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาต ขยายเวลาตรวจพยานหลักฐาน "บรรยิน" คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เป็น60วัน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาต ขยายเวลาตรวจพยานหลักฐานคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เป็น60วัน หลัง บรรยิน ขอความเป็นธรรมศาล อ้าง ถูกขังเดี่ยวไม่มีโอกาสเห็นเอกสาร และบรรยินยังปฏิเสธไม่ได้วางแผนแหกคุก พร้อมยอมรับว่าเครียดฆ่าตัวตายจริง ตร.คุมเข้มห้องพิจารณาคดี-ขบวนรถกลับเรือนจำ

การพิจารณาคดีจ้างวานอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมพวกรวม6คน เป็นจำเลยในคดี วันนี้ทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ใช้ห้องพิจารณาคดี 703 ชั้น 1 ซึ่งเป็นห้องใหญ่ที่ไว้ใช้พิจารณาในคดีสำคัญ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเบิกตัวจำเลยไปชั้น 7 ที่เป็นห้องพิจราณาคดีทั่วไป และเพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน 
โดยเมื่อเวลา 10.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ศาลได้เบิกตัว พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ จำเลยที่ 1 เข้ามาภายในห้องพิจารณา ซึ่งพ.ต.ท.บรรยิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามปกติ ไม่มีทีท่ากังวลหรือเครียด พร้อมสวมชุดนักโทษของทางเรือนจำ ไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือ และเมื่อมานั่งที่เก้าอี้ พ.ต.ท.บรรยิน ก็ได้ตรวจพยานหลักฐานที่ทางทนายความเตรียมมา จำนวน กว่า 2 ลังใหญ่  ประมาณ 10 กว่าแฟ้ม  
โดยในเวลา 10.45 นาที ผู้พิพากษาได้นั่งบัลลังก์ เพื่อนำตรวจพยานหลักฐาน โดยศาลระบุว่า วันนี้จะเป็นการพิจารณาพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ และให้เวลาฝ่ายจำเลยในการตรวจพยานหลักฐาน 30 วัน 
ขณะที่พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ไม่มีพยานหลักฐานเอกสารหรือวัตถุพยานมายื่นต่อศาลเพื่อตรวจในวันนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ได้ตรวจสอบเอกสารหรือพยานหลักฐาน และได้แถลงต่อศาลพร้อมหารือขอความเมตตาขยายเวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐาน เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก ในเรือนจำไม่มีที่จัดเก็บเอกสาร การป้องกันสำหรับตัวเองหนาแน่น และตนเองถูกคุมขังอยู่ในห้องเดี่ยว 

และยังถูกเคลื่อนย้ายเรือนจำจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มายังเรือนจำกลางบางขวาง อีกทั้งตนยังต้องขึ้นศาลทุกสัปดาห์ ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นเอกสาร หรือ พิจารณาเอกสารทั้งหมดได้  และทนายคิดแทนไม่ได้  ซึ่งทำให้ตนเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ส่วนที่ปฎิเสธข้อกล่าวหาต่างๆเพราะไม่เคยเห็นเอกสารเห็นแต่ข้อกล่าวหา 
ทั้งนี้พ.ต.ท.บรรยิน ได้ขอเวลาเพิ่มอีก 30 วัน เป็น 60 วัน ในการตรวจพยานหลักฐาน และ พ.ต.ท.บรรยิน ยังแถลงต่อศาลถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ตนพยายามวางแผนแหกคุกหลบหนีนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาตนถูกคุมขังเดี่ยว และไม่ได้ติดต่อกับใคร แต่ยอมรับว่า ผู้คอตายจริง แต่ผู้คุมมาช่วยทัน ตอนนี้ตัวเองอยู่ในภาวะไม่ปกติ จึงอยากขอให้ศาลให้ความเป็นธรรม
รวมถึง พ.ต.ท.บรรยิน อ้างว่า ลูกสาวเป็นผู้ช่วยทนาย จึงขอให้ศาลอนุญาตให้ลูกสาวเข้าในห้องพิจารณาคดี เพื่อปรึกษาในฐานะผู้ช่วยทนาย และขอพบกับภรรยา ในการพิจารณาคดีครั้งต่อไปด้วย แต่ศาลไม่อนุญาต หากจะฟังการพิจารณาให้ฟังจากห้องวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เพื่อปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของศาล
เมื่อศาลได้พิจารณาความเห็นว่า อนุญาตให้เลื่อนเวลาการยื่นบัญชีพยานตรวจพยานหลักฐานตามที่จำเลยร้องขอ เป็น 60วัน และศาลยังได้อนุญาตให้ นางสาวพนิดา ศกุนตะประเสริฐ  เข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมในคดีเนื่องจากนางสาวพนิดาเป็นผู้เสียหายในคดีนี้
ทั้งนี้ศาลสอบคำให้การจำเลยที่ 1 คือ พ.ต.ท.บรรยิน ได้ให้การปฏิเสธอ้างว่า ถูกจำเลยที่สองให้การใส่ร้ายกรณีการอุ้มฆ่า เพราะตนเองไม่ได้อยู่ในวันดังกล่าว และศาลได้กำหนดวันนัด จำเลย 2-6 ในการตรวจพยานหลักฐาน พร้อมจะระบุวันนัดตรวจพยานหลักฐาน ฝ่ายจำเลย ของจำเลย ที่ 1 อีกครั้งในวันที่ 25 นี้ 

ด้านการรักษาความปลอดภัยภายในห้องพิจารณาคดีนั้นมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน คุ้มกันภายในห้องพิจารณา รวมกัน  3 นาย และยืนคุมหน้าห้องพิจารณาอีก 2 นาย ซึ่งยังไม่รวมตำรวจศาล ที่คอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง 
ภายหลังจากศาลพิจารณาตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน เดินทางกลับเรือนจำกลางบางขวางทันที โดยระหว่างอยู่บนรถคุมขัง พ.ต.ท.บรรยิน ได้ชู3นิ้วให้กับผู้สื่อข่าวด้วย ท่ามกลางการคุมเข้มขบวนรถ โดยมีรถตำรวจกองปราบปรามชุดหนุมานนำหน้าขบวน และมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 7คัน
สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ทั้งหมด 6 คน โดยมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ จะเลยที่ 1 , นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี , นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี , นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี , นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี  ซึ่งจำเลยที่ 1-6มีความผิด ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาอื่นรวม9 ข้อหา ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน มีข้อหาสวมเครื่องแบบตำรวจเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเพิ่มเติมด้วย
ทนายพ.ต.ท.บรรยิน บอกภายหลังสั้นๆว่า หลังจากดูพยานของฝ่ายโจทก์แล้ว เห็นว่า อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดจึงขอขยายเวลาเป็น60วันเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน กว่า 4,000หน้า 
ขณะที่ นายสมนึก โพธิ์ทะเล ทนายความของ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด บอกด้วยว่า ได้เตรียมพยานบุคคลปากสำคัญเพื่อมายืนยันกับศาลว่า สจ.อ็อด อยู่ในงาน และไม่ได้อยู่ในสถานที่ของวันเกิดเหตุด้วย

ข่าวล่าสุด