ด้านการรักษาความปลอดภัยภายในห้องพิจารณาคดีนั้นมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน คุ้มกันภายในห้องพิจารณา รวมกัน 3 นาย และยืนคุมหน้าห้องพิจารณาอีก 2 นาย ซึ่งยังไม่รวมตำรวจศาล ที่คอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง
ภายหลังจากศาลพิจารณาตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน เดินทางกลับเรือนจำกลางบางขวางทันที โดยระหว่างอยู่บนรถคุมขัง พ.ต.ท.บรรยิน ได้ชู3นิ้วให้กับผู้สื่อข่าวด้วย ท่ามกลางการคุมเข้มขบวนรถ โดยมีรถตำรวจกองปราบปรามชุดหนุมานนำหน้าขบวน และมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 7คัน
สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ทั้งหมด 6 คน โดยมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ จะเลยที่ 1 , นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี , นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี , นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี , นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ซึ่งจำเลยที่ 1-6มีความผิด ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาอื่นรวม9 ข้อหา ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน มีข้อหาสวมเครื่องแบบตำรวจเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเพิ่มเติมด้วย
ทนายพ.ต.ท.บรรยิน บอกภายหลังสั้นๆว่า หลังจากดูพยานของฝ่ายโจทก์แล้ว เห็นว่า อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดจึงขอขยายเวลาเป็น60วันเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน กว่า 4,000หน้า
ขณะที่ นายสมนึก โพธิ์ทะเล ทนายความของ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด บอกด้วยว่า ได้เตรียมพยานบุคคลปากสำคัญเพื่อมายืนยันกับศาลว่า สจ.อ็อด อยู่ในงาน และไม่ได้อยู่ในสถานที่ของวันเกิดเหตุด้วย