จาการสอบถาม
นางเตือนใจสอนสุภาพ หรือยายโด่งทราบว่าเมื่อประมาณ 20 ปี ตนเป็นชาว ต.น้ำหมาน อ.เมืองเลยเป็นชาวบ้านที่ยากจนไม่มีที่ดินทำกินจึงเดินทางมากับลูกชาย รวม 2คน มาขออาศัยที่ดินตรงนี้ ที่จุดเกิดเหตุฯ ของนายทุน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นสภาพป่าและภูเขายังไม่มีโรงแรมรีสอร์ท และบ้านพักอาศัยมากตนเองมาสร้างที่อาศัยเล็กๆ เพื่อไว้เป็นที่อาศัยหลับนอนส่วนกลางวันก็ไปรับจ้างทั่วไป ขายสินค้าเล็กๆน้อยตามตลาด ชุมชนบ้าง ต่อมาลูกชายถูกรถชนเสียชีวิต ตนก็อยู่เพียงคนเดียว ส่วนลูกสาวไปมีครอบครัวที่อื่น และบ้านที่ตนสร้างไว้เก่าทรุดโทรมมาก บังแดหลบฝนไม่ได้ จึงมาสร้างหลังใหม่ บริเวณที่ดินแปลงเดียวกัน เจ้าของที่ดินให้คนมาแจ้งให้ตนออกจากที่ดินเมื่อสิ้นเดือน พ.ค.2563 โดยบอกว่าจะปรับปรุงที่ดิน
ตนบอกว่าขอเวลาสักหน่อย ให้เตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่ก่อนได้ไหมเพราะจะไปเช่าบ้านก็ 4,000-5,000 บาทต่อเดือนไม่มีเงินพอ ต่อมาอีกไม่ถึงสัปดาห์ ตนเองกลับมาจากรับจ้างเข้าบ้าน ก็พบว่าบ้านกลายเป็นไม้กองกับพื้นดินแล้วบ้านถูกรื้อ 2 หลัง ไฟฟ้าถูกตัด ไม่มีที่อยู่ต้องไปหาอาศัยบ้านสวนของเจ้าของที่ดินรายอื่นหมาที่เลียงไว้ก็ตาย และไก่ไม่รู้หายไปไหนหมด สร้างความทุกข์ยากยิ่งนัก ส่วนความเสียบหายนั้นก็เป็นค่าวัสดุและ ค่าแรงค่าช่างก่อสร้างบ้านประมาณ 70,000 บาทจึงต้องมาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ฯเพื่อดำเนินคดี ต้องการขอความเป็นธรรมความเห็นใจกับคนจนๆและค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่ตนต้องเสียเวลาในการหาที่อยู่ใหม่ต่อไป