แสดงว่าส่วนหนึ่งที่ระเบิดเขาคงโกรธเกาหลีใต้ ว่ามีคนทำแบบนี้ทำไมไม่ลงโทษ?
วรรธนที : "ใช่ครับ นี่ประเด็นหลักเลย จริงๆ มีเรื่องยิบย่อยมาหลายอย่างมาก แต่เกาหลีเหนือมองข้าม แต่พอเป็นเรื่องผู้นำปุ๊บเขาต้องรีแอ็กให้แรง เด็ดขาด เป็นสัญลักษณ์ของสังคมนิยมอยู่แล้ว"
ตวามสัมพันธ์เหนือใต้เครียดที่สุด แล้วจะนำไปสู่สงครามมั้ย?
วรรธนที : "รอดูครับ ส่วนที่เกาหลีเหนือส่งทหารเข้าประจำชายแดน ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะเขาอยู่ในภาวะสงครามอยู่แล้ว ยังไม่ได้สงบศึก แค่ประกาศหยุดยิง"
การเอาทหารไปเป็นสัญลักษณ์ยังไง?
วรรธนที : "เขามีการเคลื่อนพลอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ทางเกาหลีใต้ก็มี มีการฝึกซ้อมทหาร เตรียมอาวุธอยู่แล้ว"
อย่างนี้จะมีการส่งทูตไปเจรจามั้ย?
ผศ.วันวิชิต : "ผมคิดว่าคนหยิบยื่นไมตรีต้องเป็นฝั่งเกาหลีใต้ เพราะเกาหลีเหนือเขาไม่ยอม พูดง่ายๆ ถูกหลอกมาตลอด 2-3 ปี ใช้กระทรวงรวมชาติขับเคลื่อนมาตลอด คุณกล่าวหาว่าเกาหลีเหนือชอบเป็นผู้เก่งกาจ ใช้การโฆษณาชวนเชื่อ ทางเกาหลีเหนือเขาก็อาจมองวาทางกระทรวงรวมชาตินี่แหละคือการโฆษณาชวนเชื่อจากเกาหลีใต้เหมือนกัน"
เกาหลีเหนือไม่อยากมาแล้ว หลอกมาโดยตลอด หลอกคืออะไร?
ผศ.วันวิชิต : "เขาอยู่ในเกณฑ์ที่ชาติมหาอำนาจเอาประโยชน์จากเขา อย่างสหรัฐอเมริกา เอาไปเป็นเครื่องมือหากินเรื่องคะแนนนิยมทางการเมือง เกาหลีใต้เองก็ได้คะแนน ประโยชน์จากผู้คนในประเทศ ว่าตัวเองเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ในขณะที่เกาหลีเหนือไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ในการเอาตัวเองไปเจรจา แต่ถูกกดดันคว่ำบาตรตลอดเวลา ดังนั้นเขาพยายามใช้จากสื่อตะวันตกแพร่ข่าวตรงนี้ ตัวเองไม่มีสื่อพันธมิตรมาเป็นกระบอกเสียงให้"
เรื่องแรกคือเกาหลีใต้เอาประโยชน์จากการที่ดูเหมือนพยายามเจรจารวม สองเกาหลีใต้มีพันธมิตรสื่อตะวันตกในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ ที่เกาหลีใต้ดูดี แต่เกาหลีเหนือดูแย่ นี่คือการเอาสื่อมาหลอกกัน ทำไมเกาหลีเหนือไม่ทำสื่อเองบ้าง?
วรรธนที : "เขาไม่สนใจ ไม่สนโลก อย่างตอนที่มีข่าวผู้นำเสียชีวิตไปแล้ว เรียกร้องว่าถ้ายังไม่ตายก็ให้ออกมาปรากฎตัว เขาไม่สนใจ จะว่าอะไรก็ว่าไป ถ้าถึงเวลาทำงานก็ออกมา จะด่าว่ายังไงก็ไม่สน"
สื่อตะวันตกไม่เหนื่อยเปล่าเหรอ?
ผศ.วันวิชิต : "ผมคิดว่าเกาหลีเหนือสนุกกับการทำให้สื่อตะวันตกหน้าแตกหลายครั้ง คือปล่อยข่าวให้ประโคมหนักๆ สักอาทิตย์นึงผู้นำมายืนปรบมือในที่ประชุมใหญ่ ทำแบบนี้มาตลอด ทำให้สื่อตะวันตกเงิบเหมือนกัน ก็เป็นชัยชนะอย่างหนึ่งที่ว่าเขาสามารถตรวจสอบว่าการเข้าถึงข้อมูลจากฝั่งตะวันตก ในการเข้าไปส่องในเกาหลีเหนือ ยังประสบความยากลำบากอยู่เหมือนเดิม"
ใช้ยุทธศาสตร์หน้าแตก?
ผศ.วันวิชิต : "ครับ (หัวเราะ)"
เขามีสื่อภายในในการคุยกับคนของเขาให้มีความรักชาติ รักผู้นำมั้ย?
วรรธนที : "มีสื่อหลักที่รัฐบาลดูแลทั้งหมด ไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ก็จะเป็นรัฐบาลดูแล เป็นสื่อของรัฐ เขาก็บอกว่าประเทศจะพัฒนาได้ ทุกคนต้องคิดเหมือนกัน โดยมีผู้นำเป็นจุดศูนย์กลาง ชี้นำว่าควรไปทางไหน ไม่ให้แตกแยก"
คิม จอง อึน สรุปยังไงกันแน่ ผลุบๆ โผล่ๆ?
ผศ.วันวิชิต : "อยากประเมินช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นไปได้ว่าอยู่ในช่วงฟื้นฟูสุขภาพ ผมคิดว่าอยากทดลองอะไรบางอย่างโดยผ่านน้องสาวเป็นผู้ขับเคลื่อน น้องสาวออกมามีบทบาท ถามว่าทำไม ผมว่าส่งไม้พักให้น้องสาวมีบทบาท เขาอยากตรวจสอบเรื่องรายละเอียดความจงรักภักดีภายในเกาหลีเหนือที่มีต่อตระกูลคิม หากวันนึงผู้นำสูงสุดอาจต้องถ่ายโอนอำนาจ อาจด้วยเรื่องสุขภาพ หรือการวางตัวทายาท สมาชิกท่านอื่นๆ ในตระกูลคิมยังได้รับการเคารพหรือภักดีจากผู้บริหารประดับสูงหรือองคาพยพส่วนอื่นๆ ในเกาหลีเหนือหรือไม่ ประการต่อมา คิมโยจอง นอกจากเป็นน้องสาวที่ผู้นำสูงสุดให้ความรักและไว้ใจมากที่สุดแล้ว ตัวเองเป็นลูกสะใภ้โช รยอง แฮ ซึ่งนอกจากเป็นเบอร์สองในพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว ยังเป็นเบอร์สองในกองทัพ การหยิบใช้เครื่องมือต่างๆ ในเกาหลีเหนือจึงสะดวก"
เป็นไปได้มั้ย ที่ผู้หญิงจะขึ้นมาเป็นผู้นำ?
วรรธนที : "จริงๆ แล้วเกาหลีเขาถือว่าผู้ชายเป็นใหญ่ ตอนนี้ก็คิดว่าเขาคงถามทางว่าถ้าเป็นผู้หญิงจะได้มั้ย"
สมมติไม่มีการยอมรับผู้หญิง เขามีผู้ชายคนอื่นสำรองไว้มั้ย?
วรรธนที : "ก็มีลูกชายที่มีการดูแล เหมือนท่านคิมจองอึนที่มีการดูแลก่อนเป็นผู้นำ"