เนชั่นทีวี

ข่าว

นบข. อัดแสนล้านทำมาตรการข้าวช่วยชาวนา

19 มิ.ย. 2563 | Chatchai

นบข. อัดแสนล้านทำมาตรการข้าวช่วยชาวนา

นบข.ไฟเขียวโครงการประกันรายได้ข้าวปี 2563/64 พร้อมมาตรการคู่ขนานวงเงินกว่า 9.2 หมื่นล้านบาท ทั้งโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือก โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเก็บสต็อกข้าว และโครงการสนับสนุนบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต โดยให้เกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้และมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2563/64 เพื่อช่วยเกษตรกร 
สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2563-31 พ.ค.2564  ให้ใช้แนวทางการดำเนินการเหมือนปีที่ผ่านมา และให้อนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดกฎเกณฑ์กลางราคาอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปพิจารณาราคาประกันรายได้ต่อครัวเรือน และนำกลับมาเสนอให้ นบข.พิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้การดูแลชาวนาสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตอย่างแท้จริง
"ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางรับประกันเท่าเดิม แต่ให้พิจารณาราคาประกันให้เป็นประโยชน์กับผู้ปลูกข้าวมากสุด"นางสาวรัชดา กล่าว
นอกจากนี้  ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต โดยกำชับให้กรมการข้าว หน่วยงานวิจัยภาครัฐและเอกชน รวมถึงเครือข่ายเกษตรกรร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพข้าวและการใช้พันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองให้ได้อย่างกว้างขวาง
ส่วนมาตรการคู่ขนานที่ใช้ร่วมกับโครงการประกันรายได้ข้าว 2563/64  ประกอบด้วย 1.โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อัตราสนับสนุน ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน โดยคาดว่าจะมีชาวนาได้ประโยชน์ประมาณ 4 ล้านครัวเรือน วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มจากจากปีก่อนที่สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีก่อนที่ให้ไร่ละ 500 บาทไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือนหรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท 
2.มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2563/64 มี 3 โครงการเป้าหมายในการดูดซับและชะลอปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาด 7 ล้านตันข้าวเปลือก  รวมวงเงิน 36,012 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อ 30,284 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 5,728 ล้านบาท แยกเป็นโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงิน 1.98 หมื่นล้านบาท โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงินรวม 1.55 หมื่นล้านบาท และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก โดยชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ 3% วงเงินรวม 610 ล้านบาท
3. โครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก และโครงการยกระดับคุณภาพและต่อยอดด้านการตลาดข้าวหอมมะลิของประเทศไทยวงเงิน 2.8 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ รับทราบสถานการณ์การผลิตข้าวทั่วโลกปี2563/64 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 8.1 ล้านตัน จาก 493.79 ล้านตัน เป็น 501.96 ล้านตัน ส่วนสต็อกข้าวทั่วโลก ณ ปลายปี 2563/64 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.83 ล้านตัน เป็น 184.18 ล้านตัน โดยจีนมีสต็อกข้าวมากที่สุด รองลงมา คือ อินเดียและไทย ส่วนภูมิภาคที่ซื้อข้าวจากไทยมากที่สุดในปี 2562 คือ แอฟริกา 4.11 ล้านตัน
ส่วนสถานการณ์การส่งออกของไทย คู่แข่งที่สำคัญของไทยคือเวียดนามและอินเดียที่มีราคาข้าวต่ำกว่าของไทย ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการส่งออกข้าวไทยในปีนี้ ได้แก่ การได้รับการจัดสรรโควต้าส่งออกไปเกาหลีใต้ ปริมาณ 2.8 หมื่นตันต่อปี และการที่ญี่ปุ่นเปิดประมูลข้าวอย่างต่อเนื่องจึงเป็นโอกาสของข้าวไทย
สำหรับการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.2562-31 พ.ค.2563  จ่ายไปแล้ว 30 งวด จำนวน 1.1 ล้านครัวเรือน วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 92.67% ของงบประมาณ แต่งวดที่ 23-27 ไม่มีการจ่ายชดเชย เนื่องจากราคาอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ข้าวเปลือกเหนียวสูง กว่าราคาประกันรายได้ และรับทราบการดำเนินการมาตรการคู่ขนานเพื่อชะลอการจำหน่ายข้าว ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก สามารถดึงอุปทานได้รวม 5.13 ล้านตัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบมาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิต และมาตรการการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว จ่ายเงินแล้วมาตรการละ 4 ล้านกว่า ครัวเรือน
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเพิ่มเงินค่าประกันรายได้ข้าวต่อตันให้กับชาวนาที่ปลูกข้าวบางชนิด ซึ่งไม่ได้ประโยชน์จากโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในปีที่ผ่านมา โดยอาจเพิ่มให้กับข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวอีกตันละ 500 บาท ซึ่งหากที่ประชุม นบข.ในครั้งหน้าเห็นชอบแนวทางนี้จะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท  
สำหรับหลักเกณฑ์ในการประกันรายได้ในปีที่ผ่านมาได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิราคาประกัน 15,000 บาท รับประกัน 14 ตันข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาประกันตันละ14,000 บาท รับประกัน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคาประกันตันละ 10,000 บาท รับประกัน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาประกันตันละ 11,000 บาทต่อตัน รับประกัน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ราคารับประกันตันละ 12,000 บาทต่อตัน ปริมาณรับประกัน 16 ตัน

ข่าวล่าสุด