นายปรีชา ส่งวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานคณะอนุกรรมการการเงินและภาษี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบการอุตสากรรมภาคเอกชน ได้ตระหนักถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสินเชื่อทางการเงินของภาครัฐ คณะอนุกรรมการการเงินและภาษี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ COVID-19 ภาคอุตสาหกรรม มีการจัดทำแบบสำรวจ การจัดประชุมระดมความคิดเห็น การสอบถามโดยตรง ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด อาทิ สภาอุตสาหกรรม 5 ภาค กลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 74 จังหวัด สมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรม 45 กลุ่มอุตสาหกรรม จำนวน 360 ราย พบว่า สมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับทราบถึงมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินและภาษีที่ภาครัฐดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาอุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จำนวน 500,000 ล้านบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย ของสมาชิก ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ อาทิ เนื่องจาก พ.ร.ก. กำหนดให้ SMEs สามารถขอสินเชื่อได้เท่านั้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มียอดขายเกิน 500 ล้านบาท ไม่สามารถขอสินเชื่อได้ รวมถึงผู้ประกอบการบางรายมีประวัติที่ไม่ดี ประสบปัญหาเป็นหนี้ NPL หรือเคยผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ หรือค้างชำระหนี้ หรือขาดทุนในช่วงต้นปี 2563 จะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยสินเชื่อ หรือในบางกรณี ธนาคารพาณิชย์แจ้งว่าสินเชื่อดังกล่าว หมดแล้ว และเสนอ Package สินเชื่ออื่นแทน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าและมีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงธนาคารพาณิชย์เรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่ม แม้จะแจ้งว่าไม่บังคับ แต่มีส่วนในการตัดสินใจอนุมัติการปล่อยสินเชื่อ อีกด้วย