พลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอกรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะดูแลงานด้านการจราจรเปิดเผยถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงปลดล็อกเฟส 4ว่าได้เตรียมความพร้อมจัดกำลังตำรวจจราจรเต็มอัตรากว่า 3,000 นายคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตั้งแต่ระยะที่ 3 แล้วเนื่องจากได้มีการประเมินผลสภาพการจราจรตลอดมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19ที่มีปริมาณรถน้อยร้อยละ 20-30 จนระยะสามมีปริมาณรถร้อยละ 70-80
โดยในวันนี้มีสภาพปริมาณรถเกือบเข้าสู่ภาวะปกติของช่วงปิดเทอม ซึ่งมีปริมาณรถค่อนข้างมากและมีฝนตกลงมาตั้งแต่เมื่อคืนโดยฝนหยุดตกช่วงเวลาประมาณ 07.00 น.ทำให้ในหลายพื้นที่มีถนนเปียกลื่น ส่วนที่มีปัญหาการจราจรมากจะอยู่ในทิศเหนือถนนวิภาวดี ถนนพหลโยธิน มีปริมาณการจราจรค่อนข้างหนาแน่นประกอบกับมีผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลราชวิถีจำนวนมาก นอกจากนี้ถนนเปียกลื่นและมีสภาพฝนตกเล็กน้อยทำให้มีสภาพการจราจรติดขัดต่อเนื่องลงมาที่ถนนพหลโยธินและต่อเนื่องไปที่ถนนวิภาวดีจึงมีสภาพการจราจรที่หนาแน่นและคลี่คลายแล้วในช่วงเวลา 08.30 น.
พลตำรวจตรีจิรสันต์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนจุดอื่นที่มีถนนเปียกลื่นทำให้มีอุบัติเหตุบนถนนสุขุมวิทขาเข้า และบนถนนเพชรเกษมขาเข้า ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นกรณีของรถขยะชนข้างทาง คลี่คลายได้ประมาณ 08.00 น. ซึ่งไม่กระทบกับสภาพการจราจรมากนัก เพราะไม่ใช่จุดใจกลางเมือง ส่วนบริเวณใจกลางเมืองที่มีปริมาณรถหนาแน่นสามารถอำนวยความสะดวกได้ ด้านการจราจรในภาพรวมเป็นไปได้ด้วยดี นอกจากนี้บริเวณถนนเพชรบุรีขาเข้า มีรถติดเล็กน้อยท้ายแถวถึงแยกคลองตัน มีรถหนาแน่นแต่ก็ยังเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ ไม่ถึงขนาดติดขัดต่อเนื่องไปเส้นทางอื่น ส่วนเส้นสุขุมวิท เป็นส่วนของจังหวัดสมุทรปราการเข้ามากรุงเทพมหานครยังรับรถได้ดี เนื่องจากในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการมีน้ำท่วมขังบริเวณสำโรงเหนือ ทำให้เมื่อเข้ามาผ่านแยกบางนาแล้วรถยังเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ ทั้งนี้สภาพการจราจรโดยรวมถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี