ล่าสุดเฟสบุ๊คส่วน "วรา จันทร์มณี" ยังโพสต์ถึงรายการผีดัง อย่างต่อเนื่องซึ่งรอบนี้ได้นำภาพบทความที่ถูกตีพิมพ์ของมากล่าวถึงด้วย
เรนนี่ เรียก ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ว่า ลาลาลูลูแบร์เอากล้องถ่ายเห็นวิญญาณสมเด็จพระยอดฟ้า...เต้นยึกๆ ยือๆ เป็นกิ้งกือถูกน้ำร้อนอยู่ที่เจดีย์วัดแก้วฟ้าส่วนหนึ่งในบทความจาก "สิตางศุ์" ถึง "เรนนี่" เจ้าหน้าที่รัฐอย่าเลือกปฏิบัติ: วรา จันทร์มณีหน้า 4 ไทยโพสต์ วันเสาร์ 13 มิ.ย.63___________________________________จาก "สิตางศุ์" ถึง "เรนนี่" เจ้าหน้าที่รัฐอย่าเลือกปฏิบัติจากการที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมการปกครองไปสั่งให้ลบภาพคนหน้าคล้ายพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถวัดหนองเต่า ตำบลหนองอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี และเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประจำจังหวัดอุทัยธานีได้เข้าไปสั่งให้ลบภาพจิตรกรรมฝาผนัง "สิตางศุ์ ส้มหยุด" จนเกิดเป็นกรณีพิพาทโด่งดัง และสุดท้ายรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทวัญ ลิปตพัลลภ ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าสิทธิ์ขาดอยู่ที่เจ้าอาวาส สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่มีอำนาจในการไปสั่งให้ลบอนึ่ง กรณีอุโบสถวัดหนองเต่า การวาดบุคคลหรือตัวละครร่วมสมัยเป็นสิ่งที่ทำกันโดยทั่วไป และมีมาแต่โบราณ ดังจะยกตัวอย่างในปัจจุบัน วัดร่องขุ่น ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้อุปถัมภ์ ก็มีการวาดตัวละครร่วมสมัย กรณีภาพคุณสิตางศุ์ คำทอง ก็เช่นกัน โบราณเรียกภาพเหล่านี้ว่า "ภาพกาก" อันหมายถึงภาพประกอบ ใช้ "เสริม" "แทรก" "สอด" "ขัด" ส่วนใหญ่เป็นการบันทึกวิถีชีวิต ความเป็นไปในยุคสมัย บรรยากาศทางสังคมขณะนั้น ซึ่งสำหรับวัดหนองเต่าเป็นเรื่องน่ายินดีเสียอีกที่มีจิตรกรรมฝาผนังที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าที่สุด ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเอาเพศทางเลือกมาขึ้นจิตรกรรมฝาผนัง อันเป็นการสะท้อนบรรยากาศของบ้านเมืองที่เปิดกว้างทางเพศมากกว่าในอดีตต่อกรณีที่มีภาพคนหน้าคล้ายพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมการปกครองมาสั่งลบไปแล้วนั้น อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ได้แสดงความเห็นว่า "ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดหนองเต่า จังหวัดอุทัยธานีนั้น นับว่าแยบคาย ผมขอชื่นชมท่านเจ้าอาวาสและภิกษุสามเณร ตลอดจนทายกทายิกาของวัดนี้ แสดงว่าคนที่นี่เข้าใจปัญหาของบ้านเมือง โดยที่วัดต้องเป็นสื่อ แสดงจุดยืนทางจริยธรรมให้ผู้คนได้แลเห็นว่าถ้ามีความวิปริตเกิดขึ้นในบ้านเมือง พระก็ต้องแสดงให้ชาวบ้านเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล ที่ว่ามานี้ เป็นมิติของศาสนาพุทธ ซึ่งถือว่าพระราชาและนักการเมือง เป็นใหญ่ในทางอาณาจักร แต่ก็ควรมีศาสนจักรเป็นตัวกระตุ้นมโนธรรมสำนึก ให้อาณาจักรเห็นถึงความบกพร่อง หรือความฉ้อฉลของตน จะได้ปรับตัวให้เดินทางธรรมะ ไม่ใช่อธรรมในรัชกาลที่ 6 ไทยประกาศสงครามเข้าข้างอังกฤษ ต่อต้านเยอรมันในสงครามโลกครั้งแรก เจ้าคุณอุบาลีฯ (จันทร์) เทศนาสอนญาติโยมว่าการสงครามนั้น ผิดศีล เพราะเป็นการฆ่าฟันกัน การเอาเงินแผ่นดินซึ่งควรจะใช้ไปกับการทำนุบำรุงความสุขของราษฎรไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นั้น ถือว่าเป็นปาณาติบาต และอทินนาทานฯ ไปพร้อมกันในตัว ในหลวงกริ้วมาก ถึงกับสั่งให้ถอดท่านออกจากสมณศักดิ์ และนำตัวมากักไว้ที่วัดบวรนิเวศ แต่แล้วพระราชาก็สำนึกผิด ถวายสมณศักดิ์คืน และเลื่อนสมณศักดิ์ ให้เป็นเจ้าคณะรอง ฝ่ายวิปัสสนาธุระ และครองวัดบรมนิวาสจนมรณภาพจากไปกรณีภาพเขียนที่วัดหนองเต่า อุทัยธานีนั้น ถ้าความทราบถึงเบื้องพระยุคลบาท อาจโปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์เจ้าอาวาสวัดนี้ก็เป็นได้ และนายกรัฐมนตรีกับพรรคพวก ที่มีรูปเป็นตัวมารอยู่ที่ฝาผนังวัดนี้ ก็ควรเข้าใจว่าพระท่านเตือนสติ ควรจะไปขอขมาลาโทษท่าน และประพฤติปฏิบัติตนในทางสัมมาชีพต่อไป หาไม่คนเหล่านี้ จะตกนรกหมกไหม้ เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว และระหว่างที่มีชีวิตอยู่ ก็จะถูกสาธุชนสาปแช่งจากทั่วทุกหนแห่ง นี่ข้าพเจ้าเตือนมาด้วยความหวังดี โดยเฉพาะก็พวกที่ถืออำนาจไปลบภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้น นั่นก็เป็นอกุศลกรรมแท้ทีเดียวพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็อยากจะบอกให้ทราบว่า ที่วัดบ่อนอก ทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้น อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ก็ให้ช่างไปเขียนฝาผนังโบสถ์ หรือวิหารที่วัดนั้น เพื่อแสดงถึงวีรกรรมของชาวบ้านที่นั่น ที่ต่อสู้กับนายทุน เจ้าของที่ดิน ที่พยายามปู้ยี้ปู้ยำที่ทางแถวนั้น จนหัวหน้าคนหนึ่งในขบวนการต่อต้านเจ้าของที่ดินถูกฆ่าตาย คือ เจริญ วัดอักษร ซึ่งมีอนุสาวรีย์สร้างให้เขา"กรณีอุโบสถวัดหนองเต่าจบไปแล้ว นอกจากภาพคนหน้าคล้ายผู้บริหารประเทศ ก็มิได้ลบภาพสิตางศุ์ ส้มหยุด หรือภาพอื่นอีก ปัจจุบันทางวัดเปิดโบสถ์ปกติ เรื่องนี้ได้สร้างบทเรียนให้กับทุกฝ่าย และได้ให้ความรู้แก่สังคมไทย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่ควรรู้ขอบเขตหน้าที่ของตนและใจกว้างมากกว่านี้ โดยหากเจ้าหน้าที่รัฐคิดจะปกป้องศาสนาหรือประชาชนก็ควรดำเนินการอย่างเป็นธรรมทั่วถึง อย่าเลือกปฏิบัติขอยกตัวอย่างรายการหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในกระแสสนใจของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐควรรีบไปดูแล คือรายการ "ช่องส่องผี" ที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ช่อง 8 และในอินเตอร์เน็ต เฉพาะใน YouTube มีผู้ติดตามกว่า 1.6 ล้านคน มีดาราชายชื่อ "บ๊วย" และ หญิงสาวชื่อ "เรนนี่" พร้อมคณะไปทำการบันทึกเทปในวัดต่างๆ จนเป็นที่กล่าวขวัญโด่งดัง เพราะมีข้อมูลในรายการหลายประเด็นไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ที่เรารู้มา เช่น การระบุว่าวัดกุฎีดาวสร้างในสมัยพระเจ้าเอกทัศ ทั้งๆ ที่วัดนี้สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น นอกจากนั้นยังมีหลักฐานระบุในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาว่า วัดกุฎีดาวได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศในขณะที่ดํารงพระยศเป็น พระมหาอุปราชได้ทรงปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2254 ซึ่งหากจากสมัยพระเจ้าเอกทัศมากนัก นอกจากนั้นรายการยังระบุอีกว่าเจดีย์วัดกุฎีดาวถูกพม่ายิงปืนใหญ่ใส่ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะเจดีย์เพิ่งหักพังลงมาเมื่อประมาณ 100 ปีนี่เอง, อีกทั้งมีการระบุว่านายจันทร์หนวดเขี้ยวแห่งบ้านบางระจันได้สั่งให้ลูกชายไปหาพระเจ้าตากที่จันทบุรี ซึ่งเป็นการจับแพะชนแกะต่างเวลาและสถานการณ์ นายจันทร์หนวดเขี้ยวตายก่อนที่พระเจ้าตากจะไปจันทบุรี, มีการเชื่อมโยงว่าขุนแผนเป็นญาติกับกับขุนวรวงศาธิราช โดยบอกว่าเป็นคนสุพรรณเหมือนกัน และขุนแผนเป็นคนนำขุนวรวงศาธิราช (มีพระนามเดิมว่าบุญศรี) เข้าวัง จึงเจอกับแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ ทั้งที่ยังไม่มีอะไรพิสูจน์ว่าขุนแผนมีตัวตนจริง แต่ชัดเจนว่าเป็นตัวละครเอกในวรรณคดีรายการ "ช่องส่องผี" มีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงสร้างความงมงายให้ประชาชน เช่น การทักว่าบุคคลต่างๆ ว่าเคยเกิดเป็นเซเลบหรือบุคคลมีชื่อเสียงในสมัยอยุธยา ดังคลิปหนึ่งที่บันทึก ณ วิหารวัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ทักแขกรับเชิญหญิงว่าเป็นพระปีย์ โอรสบุญธรรมของสมเด็จพระนารายณ์ โดยเป็นผู้ทำหน้าที่ต้อนรับซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ซึ่งได้เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่คุณเรนนี่เรียก "ลาลาลูลูแบร์" หรือการเอากล้องถ่ายเห็นวิญญาณสมเด็จพระยอดฟ้า (หรือสมเด็จพระแก้วฟ้า พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 14 แห่งกรุงศรีอยุธยาจากราชวงศ์สุพรรณภูมิ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระไชยราชาธิราชกับแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์) เต้นยึกๆ ยือๆ เป็นกิ้งกือถูกน้ำร้อนอยู่ที่เจดีย์วัดแก้วฟ้า แถมยังทราบอีกว่าสมเด็จพระยอดฟ้า "ท่านเหงา"หากกรณีตัวอย่างดังกล่าว รวมถึงกรณีอื่นๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ อีกทั้งยังเชื่อมโยงไปสู่การทำธุรกิจ ขอตั้งคำถามว่าควรมีหน่วยงานใดเข้าไปดูแลบ้าง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเกี่ยวข้องหรือไม่ หากเกี่ยวข้อง เหตุใดไม่เร่งจัดการ กรณีนี้สำคัญและเป็นภัยต่อประชาชนกว่าการวาดภาพภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปคุณสิตางศุ์ในอุโบสถวัดหนองเต่า จ.อุทัยธานี ที่ท่านไปสั่งให้ลบเสียอีก หน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ตรวจสอบรายการนี้บ้างหรือไม่, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ควรตรวจสอบว่าเข้าข่ายฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่ หากมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ นำข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ท่านไม่ควรปล่อยให้บุคคลเหล่านี้สร้างความงมงาย หลอกลวงประชาชนต่อไป และควรมีบทลงโทษตามกฎหมาย