ความคืบหน้า กรณีชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี นำเรือมากกว่า50ลำมาปิดบริเวณปากอ่าวบ้านดอน เพื่อทวงถามความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น จนทำให้จนท.ทีมศรชล.ต้องเข้าเจรจานานกว่า6ชั่วโมงก็ได้ข้อยุติขอเวลา2เดือนในการแก้ไขปัญหาทำให้ชาวประมงพอใจและยอมสลายตัวนั้น
ล่าสุด ได้มีประกาศจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่อง ให้หรือถอนสิ่งปลูกสร้างอาคาร (ขนำเป้าหอยและโฮมสเตย์) หรือสิ่งใดๆที่ได้ก่อสร้างหรือติดตั้งในที่จับสัตว์น้ำบริเวณอ่าวบ้านดอนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยอาศัยมาตรา 103 แห่งพระราชกำหนดประมง 2558 และแก้ไขเพิ่มเติมที่ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้สร้างหรือติดตั้งรื้อถอนสิ่งนั้นออกจากที่จับสัตว์น้ำในระยะเวลาที่กำหนด 60วัน นับจากวันที่ออกประกาศลงวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ลงนามโดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัญหาความขัดแย้งแย่งชิงผลประโยชน์ลูกหอยแครงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในบริเวณอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี จนมีการยิงปืนขู่ และมีการปะทะกันหลายครั้งระหว่างกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านกับผู้ประกอบการยืดเยื้อมาเป็นเวลานานเกือบล่วงเลยจะเข้าสู่เดือนที่ 2 แล้ว แต่ภาครัฐยังหาข้อสรุปไม่ได้
ต่อมาช่วงสายวันที่ 12 มิ.ย. 2563 เกิดเหตุการณ์กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจากจังหวัดใกล้เคียงนำเรือประมาณ 30 ลำปิดร่องน้ำอ่าวบ้านดอน เรือทุกชนิดผ่านไม่ได้ ยกเว้นเรือขนาดเล็กโดยที่ยังไม่กระทบต่อเรือสินค้าเนื่องจากเป็นช่วงที่เรือกำลังเทียบท่า และเรือสินค้าบางส่วนยังไม่ถึงกำหนดเวลาที่เดินทางเข้ามา
กระทั่ง นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานีได้มอบหมายให้ นาวาเอกวศากร สุนทรนันท์ รอง ศรชล.ประจำ จ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ไปเจรจา ล่าสุด นาวาเอกวศากร สุนทรนันท รอง ผอ.ศรชล.สุราษฎร์ธานี และป้องกันจังหวัด เข้าเจรจากับตัวแทนชาวบ้านขอเวลาให้รัฐแก้ปัญหาภายใน 2 เดือน ทั้งใน อ.เมือง อ.พุนพิน จะไม่มีคอกหอย ชาวบ้านส่วนใหญ่พอใจแยกย้ายกันกลับในเวลา 13.00 น.