1) การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อป้องกันและควบคุมมาตรฐานของทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและผู้โดยสาร แกร็บได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ นั่นคือ ระบบคัดกรองด้านสุขภาพและสุขอนามัยผ่านแอปพลิเคชัน (Health and Hygiene Declaration Feature) โดยพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนจะต้องทำแบบประเมินเพื่อยืนยันว่าไม่มีอาการป่วยจากโรคโควิด-19 รวมถึงต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านความปลอดภัยที่แกร็บกำหนดอย่างเคร่งครัดก่อนการให้บริการในทุกวัน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ หลังทำแบบประเมินดังกล่าวแล้ว พาร์ทเนอร์คนขับจะต้องถ่ายภาพเซลฟี่ของตนเองขณะสวมใส่หน้ากาก พร้อมอัปโหลดภาพผ่านระบบ (Mask Selfie Feature) เพื่อยืนยันก่อนการรับงาน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน ผู้โดยสารที่ใช้บริการแกร็บต้องทำแบบประเมินด้านสุขอนามัยผ่านแอปพลิเคชันและสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง
2) การเตรียมความพร้อมด้านยานพาหนะ รวมถึงอุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันและทำความสะอาด เพื่อสร้างความมั่นใจในด้านความสะอาดและความปลอดภัยของยานพาหนะให้กับผู้ใช้บริการ แกร็บ ประเทศไทย ได้จับมือกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจน้ำมันครบวงจรในประเทศไทย มอบสิทธิประโยชน์ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหารของแกร็บในการเข้ารับบริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ฟรี ที่สถานีบริการปั๊มน้ำมันพีทีกว่า 330 สาขาทั่วประเทศไทยตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งครอบคลุมทั้งการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งภายในและภายนอกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมไปถึงกล่องใส่อาหาร โดยพาร์ทเนอร์ที่เข้ารับบริการดังกล่าวจะได้รับสติ๊กเกอร์เพื่อยืนยันว่าได้ผ่านการรับรองเรียบร้อยแล้ว
นอกจากการแจกหน้ากากผ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 50,000 ชิ้นให้กับพาร์ทเนอร์คนขับในช่วงที่ผ่านมา แกร็บยังได้ร่วมมือกับ บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบเจลล้างมืออนามัย พร้อมสเปรย์ทำความสะอาด "เดทตอล" สำหรับฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ 10,000 เซ็ทให้กับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่และแกร็บคาร์
ไม่เพียงเท่านั้น แกร็บยังได้ออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์เพื่อกั้นระหว่างพาร์ทเนอร์คนขับและผู้โดยสารที่ทำจากแผ่นพลาสติกใส (Anti-Coronavirus Plastic Partition) ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยในช่วงแรกนี้ แกร็บได้แจกอุปกรณ์ต้นแบบเพื่อป้องกันโควิด-19 ภายในรถยนต์ไปแล้วจำนวน 200 ชิ้นเพื่อให้พาร์ทเนอร์คนขับในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ทดลองใช้
สำหรับบริการเรียกรถจักรยานยนต์หรือแกร็บไบค์ (วิน) แกร็บได้จัดทำหมวกคลุมผมจำนวน 100,000 ชิ้นเพื่อมอบให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการ โดยส่งเสริมให้สวมใส่ทุกครั้งก่อนสวมหมวกกันน็อคเพื่อป้องกันเชื้อโรค พร้อมแจกเจลล้างมือและสเปรย์ฆ่าเชื้ออีกจำนวน 20,000 ชุดให้กับพาร์ทเนอร์คนขับกลุ่มนี้ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
3) การปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสาร ที่ผ่านมา แกร็บได้ส่งเสริมให้ทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและผู้โดยสารสวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อใช้หรือให้บริการ ทั้งนี้ ล่าสุด แกร็บได้เพิ่มอีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือ หากผู้โดยสารพบว่าพาร์ทเนอร์คนขับ "ไม่สวมหน้ากาก" หรือ "มีอาการป่วยหรือไม่สบาย" สามารถยกเลิกบริการได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก ในขณะเดียวกันพาร์ทเนอร์คนขับก็สามารถยกเลิกการรับงานได้เช่นกันหากพบว่าผู้โดยสารไม่สวมหน้ากากหรือมีอาการป่วย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทั้งสองฝ่าย โดยแกร็บจะเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนเป็นต้นไป