เนชั่นทีวี

ข่าว

การบินไทยคาด 7 ปี 'ฟื้นฟู' กิจการสำเร็จ

09 มิ.ย. 2563 | Chatchai

การบินไทยคาด 7 ปี 'ฟื้นฟู' กิจการสำเร็จ

การบินไทยคาดฟื้นฟูกิจการแล้วเสร็จภายใน 7 ปี จ่อลิสต์รายชื่อและแยกประเภทเจ้าหนี้ใน 2 เดือน หลังจัดตั้งผู้ทำแผน เผยปัจจุบันเริ่มเจรจาเจ้าหนี้ต่างชาติแล้วพบมีสัญญาณดี ผ่อนผันการชำระหนี้ ทั้งเดินหน้ายื่นศาลต่างประเทศให้การรับรองการฟื้นฟูกิจการ 2 ประเทศมั่นใจไม่โดนยึดเครื่องหลังกลับมาทำการบิน

บมจ.การบินไทย ได้จัดประชุมเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้นหลังจากศาลล้มละลายกลางรับคำขอฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2563 ทำให้หุ้น THAI ถูกขึ้นเครื่องหมาย C แต่ยังซื้อขายได้ด้วยบัญชี Cash Balance
อรอนงค์ ชุณหะมาน ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และบริหารกลาง บมจ.การบินไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการกรณีถูกขึ้นเครื่องหมาย C ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยระบุว่า เนื่องด้วยการบินไทยกำลังเข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพราะมีหนี้สินจำนวนมาก และชำระหนี้ที่ถึงกำหนดและที่กำลังจะถึงกำหนดไม่ได้ สาเหตุจากการแข่งขันทางธุรกิจ การปิดน่านฟ้าเสรีและผลกระทบโควิด-19ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ส.ค.2563 จะเป็นวันสุดท้ายที่เจ้าหนี้ยื่นคำคัดค้านกรณีศาลล้มละลายรับคำร้องฟื้นฟูการบินไทย ส่วนวันที่ 17 ส.ค.2563 ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และปลายเดือน ส.ค.-ก.ย.2563 ศาลจะมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการกรณีศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทำแผนตามที่การบินไทยเสนอ ผู้ทำแผนต้องทำแผนให้เสร็จใน 3 เดือน จากนั้นต้องส่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เดือน ม.ค.2564 จากนั้นเดือน ก.พ.-มี.ค.2564 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะประชุมเจ้าหนี้พิจารณาแผนและปลายเดือน เม.ย.2564 ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟู ตั้งผู้บริหารแผนและเริ่มแผนฟื้นฟู
หากกรณีที่มีเจ้าหนี้เสนอผู้ทำแผนแข่ง ขั้นตอนจะปรับเปลี่ยนเป็นช่วงเดือน พ.ย.2563 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จะประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อเลือกผู้ทำแผนแทน และเดือน ม.ค.2564 ศาลจะแต่งตั้งผู้ทำแผน โดยผู้ทำแผนต้องจัดทำแผนภายใน 3 เดือน และส่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในเดือน เม.ย.2564 จากนั้นเดือน พ.ค.2564 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน และปลายเดือน มิ.ย.2564 ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบแผน และตั้งผู้บริหารแผนทำแผนฟื้นฟู
การดำเนินงานตามแผนต้องทำภายใน 5 ปีนับตั้งแต่ศาลเห็นชอบแผน โดยขยายกำหนดระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้งๆ ละ 1 ปี
การบินไทยเสนอแต่งตั้งผู้ทำแผนฟื้นฟู คือ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด รวมทั้งมีกรรมการการบินไทย ดังนี้ 1.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน 2.นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล 3.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 4.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ 5.นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ และ 6.นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาช่องทางการฟื้นฟูกิจการเบื้องต้น ประกอบไปด้วย
1.การปรับโครงสร้างหนี้ เจรจาเจ้าหนี้ โดยให้ภาระการชำระหนี้และระยะเวลาการชำระหนี้สอดคล้องกับกระแสเงินสด พร้อมหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น และปรับโครงสร้างเงินทุนระยะยาว
2.ปรับปรุงเส้นทางการบินและฝูงบิน ด้วยการยกเลิกเส้นทางการบินที่ไม่ทำกำไร รวมทั้งปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการเส้นทางการบินและลดประเภทเครื่องบินเพื่อลดต้นทุน
3.ปรับปรุงองค์กรและหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน โดยเพิ่มความคล่องตัวในการบริการจัดการ เช่น ตั้งบริษัทย่อย จัดหาพันธมิตรทางธุรกิจร่วมทุน และหาโอกาสทางธุรกิจใหม่
4.ปรับปรุงกลยุทธ์ด้านการพาณิชย์และความสามารถในการหารายได้ โดยปรับปรุงระบบและรูปแบบการจำหน่ายบัตรโดยสาร เช่น อินเตอร์เน็ตและแพลตฟอร์มอื่นให้มากขึ้น
5.ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้กระชับ ลดงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มศักยภาพแต่ละหน่วยธุรกิจ ปรับจำนวนพนักงานและสิทธิประโยชน์ค่าตอบแทน และสวัสดิการของพนักงานได้ปรับเข้าระบบประกันสังคมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความสำเร็จการฟื้นฟู คือ 1.ความร่วมมือของเจ้าหนี้ที่เพียงพอตามข้อกฎหมายทั้งการแต่งตั้งผู้ทำแผน การพิจารณาแผนและการแต่งตั้งผู้บริหารแผน 2.การสนับสนุนของรัฐบาลในการฟื้นฟูกิจการ ซ่ึงรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ปัญหาการบินไทย เพื่อติดตามและให้คำแนะนำ เพื่อให้การบินไทยฟื้ฟูได้สำเร็จ
รวมทั้งมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 13 ปัจจัย คือ
1.แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ครอบคลุม New Normal ในการเดินทาง การจำกัดจำนวนผู้โดยสารและค่าใช่จ่ายแฝง การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบิน การชะลอตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ Disruptive Technology2.สภาพเศรษฐกิจโดยรวม3.นโยบายของรัฐบาลและความมั่นคงทางการเมือง4.ภัยพิบัติและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ5.ความสามารถในการจัดหาทุน6.ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา7.ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย8.ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิเส้นทางและเวลาการบิน9.การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง10.ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ11.การผันผวนของราคาน้ำมัน12.จำนวนหนี้ที่ยื่นขอรับชำระหนี้13.ความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามแผน

เจ้าหนี้ 'ผ่อนผัน' ใช้เครื่องบินหารายได้กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด (ที่ปรึกษากฎหมาย) กล่าวว่า ขั้นตอนทำแผนฟื้นฟูปกติพิจารณาแผน 3 เดือน หรือสูงสุดคือ 1 ปี หลังจากนั้นใช้เวลาบริหารแผน 5 ปี ดังนั้นแผนฟื้นฟูการบินไทยควรเสร็จใน 7 ปี
ขณะนี้การบินไทยเริ่มเจรจาเจ้าหนี้ผู้ให้เช่าเครื่องบินหลายรายแล้ว ซึ่งหลายรายผ่อนผันให้การบินไทยใช้เครื่องบินได้และไม่ยึดเครื่องบินช่วงทำการบินไปต่างประเทศ รวมทั้งได้ยื่นศาลต่างประเทศให้รับรองการฟื้นฟูกิจการ และผลของการมีสภาพบังคับของการฟื้นฟูกิจการในไทยแล้ว 2 ประเทศ จึงยืนยันว่ายังไม่มีเจ้าหนี้แจ้งยกเลิกสัญญาหรือยึดเครื่องบิน
ทั้งนี้สาเหตุที่ไม่ยื่น Chapter 11 ต่อศาลสหรัฐเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองทั่วโลกนั้น มองว่ายังไม่จำเป็น เพราะการเจรจากับเจ้าหนี้ต่างประเทศค่อนข้างดี โดยยังไม่ตัด Chapter 11 แต่ใช้เป็นทางออกสุดท้าย
"การแยกประเภทเจ้าหนี้จะอยู่ช่วงทำแผน แยกเป็นเจ้าหนี้เครื่องบิน เจ้าหนี้หุ้นกู้ เจ้าหนี้คืนตั๋วบัตรโดยสาร จะแยกหลังตั้งผู้ทำแผนใน 2 เดือน"เตรียมแผนเสริมสภาพคล่อง
อัสสเดช คงสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันซ่า จำกัด (ที่ปรึกษาการเงิน) ระบุว่า สภาพคล่องทางการเงินของการบินไทยช่วงที่ผ่านมาได้ลดต้นทุนและบริหารค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง รวมทั้งพิจารณากลับมาเปิดทำการบินตลอด แต่ต้องวิเคราะห์ความต้องการในการเดินทางด้วย
ส่วนแนวทางจัดหาแหล่งเงินทุนของการบินไทย เนื่องจากพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจแล้ว ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงไม่ปล่อยเงินกู้หรือค้ำประกันเหมือนที่ผ่านมา แต่หลังจากศาลรับคำร้องฟื้นฟูกิจการ การบินไทยก็กู้เงินจากสถาบันทางการเงินได้ ซึ่งต้องผ่านการเห็นชอบจากศาล
ขณะที่แหล่งเงินทุนในอนาคตขึ้นกับผู้ทำแผนว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยแหล่งเงินทุนที่จัดหาได้ เช่น แปลงหนี้เป็นทุน หาพันธมิตรใหม่ เพิ่มทุน หรือขายสินทรัพย์ โดยแนวทางหาพันธมิตรใหม่นั้น ต้องพิจารณาจากความแข็งแกร่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากการรวมธุรกิจกับพันธมิตรด้วย

ข่าวล่าสุด