พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายกย้ำว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ เป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรงส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมทั้งปัญหาจากภัยพิบัติ ภัยแล้ง อุทกภัย และกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอื่น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนต่าง ๆ เช่น การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ อุทกภัย ภัยแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจ การบรรเทาและแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นต้น ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่ตั้งไว้ จำนวน 96,000,000,000 บาท ไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นดังกล่าว โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการดำเนินภารกิจของหน่วยรับงบประมาณผ่านกลไกของงบประมาณรายจ่ายเพื่อตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ
ประการแรก เพื่อนำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของหน่วยรับงบประมาณ บางรายการ จำนวนทั้งสิ้น 88,452,597,900 บาท (แปดหมื่น แปดพัน สี่ร้อย ห้าสิบสองล้าน ห้าแสน เก้าหมื่น เจ็ดพัน เก้าร้อยบาท) ไปตั้งจ่ายเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ประการที่สอง เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และปัญหา ภัยพิบัติ ภัยแล้ง อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอื่น