นายณัฐวรรธน์ ถิระวณิชยางกูล ผอ.ฝายหนองหวาย ผอ.โครงการชลประทานหนองหวาย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การขุดลอกบึงโจดเป็นโครงการของกรมชลประทานดำเนินการตามคำร้องขอของ
อบต.กุดน้ำใส ที่ต้องการขุดลอกบึงแห่งนี้ซึ่งเป็นบึงน้ำสาธารณะ แต่มีสภาพตื้นเขินใช้งานไม่ได้ ต้องการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ของประชานในพื้นที่ โดยใช้งบประมาณดำเนินการประมาณ 23ล้านบาท เริ่มดำเนินการขุดลอกตัั้งแต่วันที่ 15เม.ย.ที่ผ่านมาแต่ตอนนี้ชะงักเอาไว้ก่อนเพราะมีการร้องเรียนจากชาวบ้านเพราะเกรงผลกระทบจากการขุดลอก โดยเฉพาะการนำตะกอนที่ขุดได้จะนำไปทิ้งที่ไหน เพราะเกรงเกิดปัญหากับประชาชนในพื้นที่
"โดยตะกอนดินที่ขุดลอกนั้น จะมีการนำไปทิ้งตามแผนคือจุดที่ 1ซึ่งอยู่ที่บ้านห้วยโจด พื้นที่ประมาณ 12.85ไร่ จุดที่ 2ที่บ้านห้วยโจด พื้นที่ 4.75ไร่ และจุดที่ 3พื้นที่ทิ้งดินบ้านโนนขามแป พื้นที่ 6.33ไร่ และจะนำดินบางส่วนไปทำแนวเสริมคันปรับปรุงภูมิทัศน์ให้กับแหล่งน้ำด้วย แต่ชาวบ้านในพื้นที่กังวลว่าจะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม"นายณัฐวรรธน์ กล่าว
ด้านนายบัวผัน ชาบัวน้อย แกนนำชาวบ้านที่ยื่นเรื่องร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม กล่าวว่า สิ่งที่ชาวบ้านกังวลใจคือสารเคมีที่อยู่ในตะกอนดินของบึงโจด ที่เกิดจากการหมักหมมของตะกอนที่ไหลตามน้ำจากเน่าของห้วยโจด ซึ่งห้วยโจดคือลำน้ำที่รับน้ำจากโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ตอนบน แม้โรงงานจะบอกว่าน้ำจากโรงงานที่ปล่อยออกมาได้ผ่านการตรวจคุณภาพตามมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมแต่มาตรฐานดังกล่าวยังเป็นอันตรายกับสภาพธรรมชาติอยู่ โดยเฉพาะมีข้อมูลที่ได้จากการเก็บข้อมูลผลกระทบของโลหะหนักในพื้นที่อุตสาหกรรมต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รายงานผลการศึกษาโลหะหนักในตะกอนดิน ในพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม 8จังหวัดประเทศไทย ของมูลนิธิบูรณนิเวศ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่ได้สำรวจเมื่อประมาณปี 2560โดยมีการตรวจดินใน 8จุดตัวอย่างพบว่า พบสารหนูบริเวณพื้นที่เกษตรกรแปลงนาใกล้บึงโจด และบริเวณบึงโจดเกินมาตรฐาน นอกจากนั้นยังพบสารปรอทเกินมาตรฐาน พบแคดเมียมอีกหลายจุดที่เกินมาตรฐานแทบทั้งนั้น ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ชาวบ้านกังวลใจ