นางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีต ผู้สมัครส.ส. กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนาวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลออกมายอมรับว่าที่พรรคก้าวไกลออกมากล่าวถึงการให้เงิน ส.ส.หัวละ 80 ล้านบาท จากงบประมาณฟื้นฟู 4 แสนล้านบาทเป็นการแฉที่ "ไม่มีหลักฐาน" เป็นเพียงเรื่องที่ตน "ได้ยินมา" โดยไม่มีหลักฐานว่าเป็นเรื่องจริง ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างชัดเจน เพราะข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ข้อ 12 บัญญัติไว้ว่า "สมาชิกและกรรมาธิการต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสีหรือใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใด หรือนำเอาเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายแสดงความเห็นในที่ประชุม หรือที่อื่นใด" รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า "หากกระดุมเม็ดแรกคือการกล่าวหาผู้อื่นแบบไร้หลักฐาน กระดุมเม็ดถัดๆ ไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้น ส.ส. พรรคก้าวไกลจึงสมควรพิจารณาตนเองเปลี่ยนจากกระดุมมาเป็นซิป เพราะซิปสามารถรูดปิดปากผู้กล่าวเท็จได้สนิทและเร็วกว่า และผลจากการอภิปรายโดยไม่มีหลักฐานนั้น ทำให้ประชาชนหมดความเชื่อถือ คลางแคลงสงสัยในข้อมูลทุกเรื่องที่กล่าวและอภิปรายในสภาฯ รวมถึงจริยธรรมของ ส.ส. ของพรรคก้าวไกล และในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามการอภิปราย ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังที่บุคคลระดับผู้บริหารพรรคการเมือง ที่ประกาศตนเป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ กลับมีมาตรฐานการทำงานในฐานะส.ส.ในสภาฯ ผู้ทรงเกียรติเช่นนี้"