นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้(27 พฤษภาคม 2563 ) เวลา 13:00 น. สส. พรรคก้าวไกลจะยื่นหนังสื่อต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม มีคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยจำคุกในประเทศออสเตรเลียและสืบเนื่องจากการการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนปิดประชุมสภาในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน รายละเอียดหลักฐานที่ ตนเองและนายธีรัจชัย พันธุมาศ ได้อภิปรายเรื่องคุณสมบัติของร้อยเอกธรรมนัสไป ชัดเจนว่า ร้อยเอกธรรมนัส มีคุณสมบัติต้องห้ามและเจ้าตัวไม่สามารถนำหลักฐานที่พิสูจน์ว่าเป็นบุคคลบริสุทธ์มาชี้แจงต่อที่ประชุมสภารวมถึงชี้แจงต่อหน้าสื่อมวลชนได้แต่กลับเบี่ยงเบนประเด็น รวมถึงแจ้งความหมิ่นประมาทตนและนายธีรัจชัยที่ทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจอีกด้วยดังนั้นในวันพรุ่งนี้เปิดสมัยประชุม พรรคก้าวไกลจึงขอดำเนินการตามกลไกสภาฯ เพื่อถอดถอนบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมพ้นจากสมาชิกภาพผู้แทนราษฎร ส่วนกรณีที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า" กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2538 ขณะนั้น ใช้ชื่อว่า "นายมนัส โบพรหม" ได้ต้องคํา พิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นําเข้า ส่งออกหรือผู้ค้า ตามคําพิพากษาของศาลอุทธรณ์แห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ เลขที่ 60449/94 และ 60434/64 ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2538 โดยศาลพิพากษาว่า ผู้ร้องแต่ละคน รับสารภาพว่ามีเจตนาเกี่ยวข้องกับการนําเข้าเฮโรอีนในปริมาณที่ถือว่าสําหรับเพื่อการค้า" โดยในการกระทําดังกล่าวศาลอุทธรณ์แห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้มีพิพากษาลงโทษ จําคุก "ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า" หรือ "นายมนัส โบพรหม" เป็นระยะเวลาหกปี โดยกําหนดโทษเป็น ระยะเวลาขั้นต่ำสี่ปี และระยะเวลาห้ามปล่อยตัวอีกสองปี และจากความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง หารือบุคคล ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตามมาตรา 96 (5) ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย) ระบุไว้ว่า " บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คือ เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จําคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง ห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท" ซึ่งบุคคลใด เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จําคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีใน วันเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการถูกจําคุกในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ ก็ต้องถือว่าเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามเจตนารมณ์แห่งมาตรา 96 (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย