การตรวจหาแอนติบอดีแตกต่างจากการตรวจหาโมเลกุลส่วนประกอบของเชื้อ (Molecular testing) ซึ่งบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นติดเชื้อไวรัสในขณะที่ทำการทดสอบหรือไม่ ตรงที่การตรวจหาแอนติบอดีสามารถบอกได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนหน้านี้และหายจากโรคแล้วหรือไม่
จากข้อมูลในเว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมฯ ศูนย์ฯ ได้รายงานการทดสอบทั้งหมด 13,627,379 ครั้งทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) โดยมีผลทดสอบเป็นบวก 1,771,749 รายการ และอัตราของผลตรวจที่เป็นบวกโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 13
การผสมตัวเลขจากการตรวจหาแอนติบอดีและการตรวจหาไวรัสเข้าไว้ด้วยกันช่วยเพิ่มจำนวนครั้งของการทดสอบหาเชื้อรวมทั่วประเทศ
รายงานของซีเอ็นเอ็นกล่าวว่า "วิธีการนี้ของศูนย์ควบคุมฯ ทำให้ดูเหมือนว่าสหรัฐอเมริกามีความสามารถในการตรวจเชื้อเกินกว่าความเป็นจริง อย่างน้อยๆ ก็ในด้านการระบุยอดผู้ติดเชื้อในปัจจุบัน"
รายงานข่าวของสำนักข่าวดิแอตแลนติก (The Atlantic) ระบุว่า ศูนย์ควบคุมฯ กำลังรายงานผลโดยผสมรวมยอดการตรวจหาเชื้อสองประเภทที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการบิดเบือนตัวชี้วัดที่สำคัญหลายประการ และให้ "ภาพรวมที่ไม่ถูกต้อง" ในด้านการระบาดใหญ่ของประเทศรัฐ
"มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น หลายๆ รัฐได้กำหนดให้แนวทางเชิงปริมาณเป็นแนวทางสำหรับการเปิดเศรษฐกิจของตนใหม่อีกครั้ง โดยอิงจากข้อมูลซึ่งมีข้อบกพร่องเหล่านี้" รายงานกล่าว