เนชั่นทีวี

ข่าว

CDC รับ รวมยอดทดสอบ ‘เชื้อไวรัส’ และ ‘แอนติบอดี’ ไว้ด้วยกัน

24 พ.ค. 2563 | apirak_pra

CDC รับ รวมยอดทดสอบ ‘เชื้อไวรัส’ และ ‘แอนติบอดี’ ไว้ด้วยกัน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ยอมรับว่าได้รวมผลการทดสอบเชื้อไวรัสและผลการทดสอบแอนติบอดี ของโรคติดเชื้อโควิด-19 เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ดูเหมือนว่าสหรัฐอเมริกามีความสามารถในการตรวจเชื้อเกินกว่าความเป็นจริง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานว่ารัฐ 11 แห่งในสหรัฐฯ ได้ยืนยันถึงการรวมตัวเลขผลการตรวจหาเชื้อไวรัสและการตรวจหาแอนติบอดีไว้ด้วยกันเช่นกัน
ศูนย์ควบคุมฯ กล่าวว่าตนกำลังวางแผนที่จะแยกตัวเลขเหล่านั้นออกจากกันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าวิธีการในปัจจุบันนั้นกำลังทำให้เกิดการเข้าใจผิด
คริสเตน นอร์ลันด์ (Kristen Nordlund) โฆษกหญิงของศูนย์ควบคุมฯ ระบุในอีเมลฉบับหนึ่งว่า "ในตอนต้น เมื่อศูนย์ควบคุมฯ เปิดตัวเว็บไซต์และรายงานผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การทดสอบหาเชื้อไวรัส (viral testing) (การทดสอบเพื่อระบุการติดเชื้อในปัจจุบัน) นั้นถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในทั่วประเทศมากกว่าการทดสอบโดยอาศัยหลักการทางภูมิคุ้มกันร่างกาย (Serology Test) (การทดสอบซึ่งบ่งชี้การติดเชื้อในอดีต)"
"ตอนนี้การทดสอบโดยอาศัยหลักการทางภูมิคุ้มกันนั้นใช้กันแพร่หลายมากขึ้น ศูนย์ควบคุมฯ จึงกำลังเตรียมการเพื่อแยกความแตกต่างของผลการทดสอบดังกล่าว ออกจากผลการทดสอบหาเชื้อไวรัส และจะรายงานข้อมูลโดยแยกตามประเภทของการทดสอบต่อสาธารณชนบนเว็บไซต์การติดตามข้อมูลโรคโควิด-19 (COVID Data Tracker) ของเราในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า"
แอนติบอดี หรือ สารภูมิต้านทาน คือกลไกที่ร่างกายสามารถจดจำได้ว่าเคยตอบสนองต่อการติดเชื้ออย่างไร จึงสามารถโจมตีเชื้อก่อโรคเดียวกันนี้ได้อีกครั้งเมื่อร่างกายสัมผัสเข้ากับเชื้อดังกล่าว

การตรวจหาแอนติบอดีแตกต่างจากการตรวจหาโมเลกุลส่วนประกอบของเชื้อ (Molecular testing) ซึ่งบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นติดเชื้อไวรัสในขณะที่ทำการทดสอบหรือไม่ ตรงที่การตรวจหาแอนติบอดีสามารถบอกได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนหน้านี้และหายจากโรคแล้วหรือไม่
จากข้อมูลในเว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมฯ ศูนย์ฯ ได้รายงานการทดสอบทั้งหมด 13,627,379 ครั้งทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) โดยมีผลทดสอบเป็นบวก 1,771,749 รายการ และอัตราของผลตรวจที่เป็นบวกโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 13
การผสมตัวเลขจากการตรวจหาแอนติบอดีและการตรวจหาไวรัสเข้าไว้ด้วยกันช่วยเพิ่มจำนวนครั้งของการทดสอบหาเชื้อรวมทั่วประเทศ
รายงานของซีเอ็นเอ็นกล่าวว่า "วิธีการนี้ของศูนย์ควบคุมฯ ทำให้ดูเหมือนว่าสหรัฐอเมริกามีความสามารถในการตรวจเชื้อเกินกว่าความเป็นจริง อย่างน้อยๆ ก็ในด้านการระบุยอดผู้ติดเชื้อในปัจจุบัน"
รายงานข่าวของสำนักข่าวดิแอตแลนติก (The Atlantic) ระบุว่า ศูนย์ควบคุมฯ กำลังรายงานผลโดยผสมรวมยอดการตรวจหาเชื้อสองประเภทที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการบิดเบือนตัวชี้วัดที่สำคัญหลายประการ และให้ "ภาพรวมที่ไม่ถูกต้อง" ในด้านการระบาดใหญ่ของประเทศรัฐ
"มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น หลายๆ รัฐได้กำหนดให้แนวทางเชิงปริมาณเป็นแนวทางสำหรับการเปิดเศรษฐกิจของตนใหม่อีกครั้ง โดยอิงจากข้อมูลซึ่งมีข้อบกพร่องเหล่านี้" รายงานกล่าว

ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า มี 11 รัฐทั่วประเทศ ที่ได้รายงานยอดโดยรวมสองตัวเลขนี้ไว้ด้วยกัน ได้แก่ โคโลราโด เดลาแวร์ จอร์เจีย เมน มิสซิสซิปปี มิสซูรี นิวแฮมป์เชียร์ เพนซิลเวเนีย เท็กซัส เวอร์มอนต์ และเวอร์จิเนีย

ข่าวล่าสุด