สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ระบุ หลังจากการประกาศวิสัยทัศน์ในการเข้าไปสนับสนุนแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล ด้วยการนำเครือข่าย 5G เข้าไปช่วย พร้อมกับการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยแพทย์ส่งมอบให้แก่โรงพยาบาล ภายใต้งบประมาณกว่า 177 ล้านบาท
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย มีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ตอนนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ให้หลายๆ ธุรกิจกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันคือการยับยั้งไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำเป็นรอบที่ 2
ดังนั้นการเฝ้าระวัง ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ในชุมชนทั่วประเทศ จากการทำงานของกลุ่ม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ฉายา 'นักรบเสื้อเทา' ที่มีอยู่กว่า 1 ล้าน 5 หมื่นราย จึงมีความสำคัญสูงสุด ในการสกัดกั้นการระบาดในระลอกที่ 2
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่บรรดา อสม. ในการรับมือการแพร่ระบาดรอบที่ 2 เอไอเอส จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ใหรองรับการคัดกรอง และติดตามโควิด-19 เพิ่มเติม ด้วยรูปแบบรายงานดิจิทัลที่ อสม.สามารถบันทึกได้ง่าย สะดวก รวดเร็วในการติดตามผล และเรียลไทม์ ทางมือถือทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต. สาธารณสุขอำเภอ และสาธารณสุขจังหวัด สามารถติดตามข้อมูลรายละเอียดการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นๆ สมาชิกในบ้านที่อาจมีความเสี่ยง รวมถึงการติดตามกลุ่มเฝ้าระวัง 14 วัน ในแต่ละครัวเรือนที่ได้อย่างเป็นระบบและทันต่อเหตุการณ์ นอกจากนี้ ยังได้มอบ 'ซิมฮีโร่' ให้แก่อสม. ทั่วประเทศ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนแอปฯ อสม.ออนไลน์ ได้ไม่จำกัดที่ความเร็ว 1 Mbps และใช้งานเน็ตได้ที่ความเร็ว 128 kbps โทรทุกเครือข่ายวินาทีละ 2 สตางค์ ทุกเครือข่าย 1 ปี
พร้อมกับมอบประกันภัยให้นักรบเสื้อเทา เพื่อคุ้มครองนักรบเสื้อเทา ที่มีอายุระหว่าง 16-85 ปี ทั่วประเทศ โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน ที่จะคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี 50,000 บาท และรับความคุ้มครองชดเชยรายวัน 400 บาท/วัน สูงสุดไม่เกิน 15 วัน เมื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในจากการติดโควิด-19