พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2563 ว่าจะเริ่มต้นประมาณปลายสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม 2563 และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2563 โดยในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนจะเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกหนาแน่น มีโอกาสสูงที่จะเกิดพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ และอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งได้ในบางแห่งพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า เพื่อให้การเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝนปีนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดดำเนินมาตรการการเตรียมความพร้อม ดังนี้ 1) ติดตามสภาพอากาศ โดยจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ฯ โดยมีหน่วยงานด้านการพยากรณ์ การบริหารจัดการน้ำ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทำหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ฯ ในพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลการตัดสินใจของผู้อำนวยการแต่ละระดับในการสื่อสาร แจ้งเตือนประชาชน ตลอดจนเตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อใช้ในการเผชิญเหตุอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ 2) จัดทำแผนเผชิญเหตุอุทกภัย โดยทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุฯของจังหวัดให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การจัดการในภาวะฉุกเฉิน และการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ตลอดจนเส้นทางการอพยพประชาชนไปยังจุด/พื้นที่ปลอดภัยอย่างชัดเจน 3) การระบายน้ำและการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ โดยมอบหมายกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละระดับดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะตามรอยต่อเขตรับผิดชอบที่เป็นเส้นทางน้ำไหลผ่าน ด้วยการเร่งขุดลอกท่อระบายน้ำ ดูดเลน ทำความสะอาดร่องน้ำ เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางออกจากทางระบายน้ำ รวมทั้งเร่งกำจัดพืช ขยะ สิ่งกีดขวางทางน้ำ และจากสถานการณ์ภัยแล้งในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ในหลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำ จึงให้หาแนวทางการสร้างเส้นทางลำเลียงน้ำที่มีการระบาย ไปยังพื้นที่รองรับน้ำต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้หากเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงด้วย 4) การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงสถานที่ใช้กักเก็บ/กั้นน้ำ อาทิ อ่างเก็บน้ำ พนังกั้นน้ำ 5) การแจ้งเตือนภัย เมื่อมีแนวโน้มการเกิดสถานการณ์จากเหตุอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มขึ้นในพื้นที่ ให้ดำเนินการแจ้งเตือนไปยังกองอำนวยการฯ แต่ละระดับ เพื่อเตรียมการในพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นการล่วงหน้า พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบในทุกช่องทาง ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสาร แนวทางปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย ช่องทางแจ้งข้อมูล และขอรับการช่วยเหลือจากภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น